ถกยูเอ็น 20-27 กันยา 'อนุทิน' โชว์จุดยืนไทย จับเข่าผู้นำ ตปท.-ดึงลงทุน เวทีฮั้ว สว. ถลกดุซัดน้ำเงิน ปลุกแก้ รธน. - รื้อที่มาวุฒิฯ นายกขอพร 'หลวงพ่อสำลี'

เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมด้วย นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ใช้เวลาช่วงวันหยุดเดินทางไปไหว้พระขอพร ที่วัดราชบูรณะ จ.พิษณุโลก ก่อนเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) และการเยือนญี่ปุ่น และ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายนนี้ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยนายอนุทินได้โพสต์ภาพและข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า “มาไหว้ขอพร พระพุทธชินราช ที่พิดโลก และกราบขอพรพร้อมลงยันต์ฝ่ามือกับหลวงพ่อสำลี วัดราชบูรณะ”
นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกำหนดการเดินทางของนายกฯ ว่า เช้าวันที่ 20 กันยายน นายกฯ พร้อมคณะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ไปยังกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น จากนั้นเช้าวันที่ 21 กันยายน เป็นประธานการประชุมทีมประเทศไทยในญี่ปุ่น ช่วงบ่ายเดินทางไปยังนครนิวยอร์ก เมื่อไปถึงเข้าที่พักและรับฟังการบรรยายสรุปกำหนดการเข้าร่วมการประชุม UNGA81
นพ.เอกภพ กล่าวว่า ภารกิจที่ 22 กันยายน นายกฯ จะเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม UNGA81 และเริ่มการอภิปรายทั่วไป ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ จากนั้นหารือกับนางเรเบกา กรีนสปัน ผู้สมัครตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติจากคอสตาริกา ในช่วงบ่ายจะร่วมประชุมโต๊ะกลมกับนักลงทุนร่วมกับ แบงก์ ออฟ อเมริกา และหารือกับผู้บริหารบริษัท Pacific Investment Management Company (PIMCO) ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นเจ้าภาพ เช้าวันที่ 23 กันยายน นายกฯ จะไปเยี่ยมชมและหารือกับผู้บริหารบริษัทกูเกิ้ล พบปะชุมชนชาวไทยในนครนิวยอร์ก และพื้นที่ใกล้เคียง ณ วัดพุทธไทยถาวรวนาราม จากนั้น รับประทานอาหารกลางวันกับผู้บริหารบริษัท Brookfield และช่วงบ่ายหารือทวิภาคีกับสมเด็จพระราชินีมักซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์ ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ช่วงค่ำ พบหารือกลุ่มเล็กกับภาคเอกชน และกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน และหอการค้าสหรัฐ ร่วมเป็นเจ้าภาพ
“เช้าวันที่ 24 กันยายน นายกฯ หารือกับผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก และร่วมลั่นระฆังเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ ก่อนหารือโต๊ะกลมกับนักลงทุนร่วมกับ Jefferies Group (LLC) จากนั้น หารือกับนายกรัฐมนตรีจากประเทศภูฏาน อาร์เมเนีย และ บังกลาเทศ หารือกับเลขาธิการสหประชาชาติ เวลา 17.00 น. กล่าวอภิปรายทั่วไปในการประชุม UNGA81 โดยไทยเป็นลำดับที่ 8 ก่อนออกเดินทางต่อไปยังกรุงลอนดอน โดยบ่ายวันที่ 25 กันยายน จะพบปะกับนายกเทศมนตรีเขตเศรษฐกิจการค้าแห่งกรุงลอนดอน ผู้แทนธุรกิจการเงินและการบริการของสหราชอาณาจักร ประธาน Thai-UK Business Council และผู้แทนการค้า จากนั้น เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง และหารือกับบริษัท UBS Group AG, สายการบิน Virgin Atlantic และ บริษัท Rolls-Royce เมื่อจบภารกิจ จะนำคณะกลับประเทศไทย ถึงในเวลา 07.00 น.วันที่ 27 กันยายน การเดินทางครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพและทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทย และเปิดโอกาสในการดึงดูดการค้า การลงทุน และเงินทุนจากต่างประเทศ ต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจและธุรกิจ นำไปสู่การเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน การจ้างงาน และรายได้ให้แก่ประเทศและประชาชนไทย” นพ.เอกภพ กล่าว
วันเดียวกัน ที่โรงแรมแบงค็อก มิดทาวน์ สมัชชาสภาเที่ยงธรรม ภาคีเครือข่ายเพื่อการปฏิรูปสภานิติบัญญัติ และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สำรอง จัดเสวนา โกง ส.ว.จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ โดยมี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. นายภัทรพงษ์ ศุภักอักษร หรือ ทนายอั๋น นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาเอกสาขาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ส.ว.สำรอง และ ว่าที่ ร.ต.มนตรี เฉียบแหลม ผู้สมัคร ส.ว. ร่วมเสวนา
น.ส.นันทนา กล่าวว่า แม้พวกเราจะส่งเสียงดังขนาดไหน กกต. ก็ไม่ได้ยิน จนกระทั่ง ส.ว.สำรองได้ไปร้องกรมสอบสวนคตดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้วมีการตั้งคณะที่ 26 ก็เริ่มมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบเป็นพันๆปาก แต่ก็ยังมีส.ว.สีน้ำเงินไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ การตั้งคณะอนุที่ 26 ตั้งอย่างถูกต้อง เพื่อสืบสวนสอบสวน ถ้าลำพัง กกต.จะไม่สามารถหาโทรศัพท์ หาเส้นเงินได้ การร่วมกับดีเอสไอ เหมือนกับเปิดทางสว่างว่ากำลังจะไปถึงจุด ปรากฏว่า อนุที่ 26 ส่งเรื่องไปที่ กกต.ใหญ่ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 บัดนี้ผ่านมา 1 ปีกว่า สำนวนยังนิ่ง ถ้าไม่มีเสียงของฝ่ายค้านประสานกับไอลอว์ ทำให้คดีโกง ส.ว.จุดติด แต่ไม่รู้ว่าจะไปถึงใคร เพราะปรากฏว่า ทั้งไอลอว์ และนายพริษฐ์ก็ถูกฟ้องหลายคดี
“ส่วนดิฉันก็กำลังถูกเอาคืนโดยพวกสีน้ำเงิน ไปขุดเอาเรื่องห้องจูปีเตอร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันอย่างโปร่งใส มีการเชิญ กกต.และสื่อมวลชนไป เราไม่ได้ปิดลับ” น.ส.นันทนา กล่าวและว่า เสนอทางออก 1.ช่วยกันเปิดโปงขบวนการโกงส.ว.ทั้งเครือข่าย 2.ช่วยกันฟ้องต่อศาลฎีกา ศาลอาญา ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มอำนาจศาลในการจัดการกับผู้บงการ 3.ขุดขบวนการโกงทุกหย่อมหญ้า อย่าให้คนโกงได้มีที่ยืน และ 4.ต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน อำนาจในการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องมาจากประชาชนเท่านั้น เพื่อสกัดการกินรวบประเทศ
นายพิชาย กล่าวว่า สังคมไทยต้องทบทวนว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมี ส.ว. ส่วนระบอบสีน้ำเงิน มองว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่างฝ่ายสหพันธ์บ้านใหญ่ ที่มีบ้านบุรีรัมย์เป็นศูนย์กลาง และชาวอนุรักษ์นิยมที่เป็นชนชั้นนำ ทำให้เห็นวันนี้ไม่มีความชอบธรรม และกลายเป็นวิกฤต
ด้านนายยิ่งชีพ กล่าวว่า แม้ว่า กกต.จะไม่ฟ้องผู้บริหาร หรือกรรมการบริหารพรรค ภท. แต่ที่สั่งฟ้องไปก็มีคนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับพรรค ภท. ทั้งนายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ส.ส.สุโขทัย, นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีต ส.ส.นครพนม และ อดีตผู้สมัคร ส.ส.รวมถึงญาติพี่น้องของ ส.ส. และแกนนำพรรค
ที่หอศิลปกรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการทหารสภาผู้แทนราษฎร จัดเสวนา “ภาพจำที่(ไม่)คุ้นเคย บาดแผล รัฐประหารและกระบวนการยุติธรรมที่หายไป” เนื่องในวาระ 50 ปี 6 ตุลา 19 และ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยา ชำแหละอำนาจกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมืองธุรกิจกองทัพ การลบล้างผลพวงรัฐประหาร มี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค ปชน. นายชยพล สท้อนดี ส.ส.กทม.พรรคปชน. ร่วมเวที
นายรังสิมันต์ กล่าวตอนหนึ่งว่า 20 ปี ผลพวงยังไม่จบสิ้น การรัฐประหารทุกครั้ง คือการทำให้นิติรัฐอ่อนแอ และวันนี้ยังสถาปนาองค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงินขึ้นมา ดังนั้น เสนอทำให้นิติรัฐแข็งแรงและมีบทบาทมากขึ้น โดยคนต้องเคารพกฎหมายมากกว่ากลัวคนที่มีอำนาจ รัฐธรรมนูญต้องเป็นกติกาของประชาชน
