ต่ออายุ'ไทยช่วยไทยพลัส 2' ลดค่าครองชีพหรือกู้เรตติ้ง?

คนไทยเฮ! อีกรอบ เมื่อรัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไฟเขียวต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ออกไปอีก 2 เดือน

สำหรับข่าวดีนี้ได้รับการยืนยันจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท หรือคณะกรรมการกลั่นกรองฯ มีมติเห็นชอบให้ต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัสอีก 2 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 โดยใช้วงเงินที่เหลือประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาทจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ

แต่การแจกเงินเยียวยาในเฟสนี้ เบื้องต้นมี 3 ทางเลือกที่ต้องรอฟังจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 กันยายนนี้ ทางเลือกที่ 1 เติมเงินเดือนละ 500 บาท นาน 2 เดือน ทางเลือกที่ 2 เติมเงิน 1,000 บาท ครั้งเดียว ใช้จ่าย 2 เดือน และทางเลือกที่ 3 เติมเงินเดือนละ 1,000 บาท นาน 2 เดือน

ซึ่งการต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส จะไม่มีการโยกย้ายงบประมาณมาจากส่วนอื่น ยังคงสัดส่วนการร่วมจ่ายที่ 60/40 เช่นเดิม และเมื่อต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสแล้วก็ต้องเติมเงินให้ผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนเช่นเดียวกัน โดยบัตรคนจนจะยังคงได้รับสิทธิช่วยเหลือตามเดิม เริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

เรียกว่าได้เฮ! กันทั้งสองโครงการ เพราะเป็นการจัดสรรสิทธิโครงการเชื่อมโยงกัน โดยประชาชนที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์หรือไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็สามารถไปใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้

แต่ทว่า แม้จะต่อมาตรการได้ถูกใจประชาชน แต่ก็มีเสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายว่านี่มันคือ “ประชานิยม” ที่รัฐบาลงัดมาใช้ในห้วงที่กระแสรัฐบาลกำลังดิ่งลง ด้วยหลายปัจจัยด้านลบที่ส่งผลทางการเมือง แถมยังถูกวิจารณ์ว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพประชาชนได้อย่างแท้จริง

ล่าสุด น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมากระทุ้งความล้มเหลวในโครงการนี้ของรัฐบาล ที่หวังต่ออายุเพื่อกู้เรตติ้งความนิยม โดยมองว่าเป็นการเยียวยาในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งที่ผ่านมาเห็นถึงความล้มเหลวทุกมิติ ยิ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยิ่งเห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเลย

"แต่เป้าหมายที่รัฐบาลต้องการสำหรับโครงการนี้คือการกระตุ้นความนิยม เพราะช่วงนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงก่นด่าเยอะ ก็อาจต้องมีโครงการอะไรบางอย่างเพื่อให้ประชาชนสบายใจมากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นความนิยมทางการเมือง และคิดว่าเป้าหมายนี้ก็จะล้มเหลว เพราะไม่คิดว่าการแจกเงินเพิ่มอีก 500 บาท ในเวลา 2 เดือน จะช่วยกระตุ้นความนิยมที่กำลังตกต่ำของรัฐบาลในขณะนี้ได้เลย"

น.ส.ศิริกัญญา ยังย้ำด้วยว่า เงินก้อนนี้กู้เพื่อมาเยียวยาประชาชน ยังมีอีกหลายกลุ่มที่ไม่ได้รับการเยียวยา ทั้งเกษตรกร ชาวประมง ภาคขนส่ง พร้อมฝากรัฐบาลว่าเงินกู้เป็นเงินสำรองใช้ฉุกเฉินที่เราจะใช้ช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่เอามาใช้กระตุ้นความนิยมของรัฐบาล

ขณะที่ก่อนหน้านี้ตั้งแต่เริ่มมีเสียงวิจารณ์ถึงโครงการในเฟส 2 นี้ว่าเป็นประชานิยม นายอนุทินได้ออกมาแจงแล้วรอบหนึ่ง ในวันที่ไฟเขียวหลักการขยายโครงการเฟส 2 ซึ่งนายอนุทินยืนยันว่าโครงการนี้เป็นอีกโครงการที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนจากสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงผลกระทบจากราคาพลังงานด้วย

พร้อมยืนยันที่จะดำเนินนโยบายนี้ต่อไป ไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่เป็นทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนทุกที่ ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง

สอดคล้องกับ นายจุติ  ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน และนายเอกนิติ ในการวางแนวทางปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษี และลดความซ้ำซ้อนของงบประมาณโครงการ ที่ยืนยันถึงการต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัสอีก 2 เดือน เป็นมาตรการช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ค้าปลีก ซึ่งจำเป็นต้องกระตุ้นการบริโภค เนื่องจากการใช้จ่ายของประชาชนเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต

ส่วนหลังจากหมดโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 แล้ว คงต้องมาลุ้นผลลัพธ์ในวันที่ไม่มีแรงส่งจากเงินแจกฟรีของรัฐบาลแล้ว ว่าสภาพเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยของประชาชน จะยังคงคึกคักหรือกลับมาซบเซาจนพ่อค้าแม่ค้าต้องโอดครวญกันอีกครั้งหรือไม่

ทั้งยังต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ที่รัฐบาลจะผุดออกมาทดแทน ซึ่งขณะนี้ทีมกระทรวงเศรษฐกิจกำลังพูดคุยกัน คาดว่าจะออกเป็นแพ็กเกจของกระทรวงเศรษฐกิจที่เป็นมาตรการแบบมองภาพรวม เพื่อรองรับตัวเลขไตรมาสสุดท้ายของปี 2569

ส่วนจะเป็นมาตรการใด คาดว่าจะได้เห็นกันในเร็วๆ นี้ และต้องจับตาว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือแค่กระตุ้นความนิยมของรัฐบาล?.