นันทนาผนึก สว.สวมหมวกเซฟตี้ชี้สภา 2 หมื่นล้านไม่ปลอดภัย หวั่นฝ้าเพดานร่วงใส่หัว-ตกสระมรกต พบจุดเสี่ยง 101 จุด แนะดึงคนนอกร่วมเอกซเรย์

วันนี้ (14 กันยายน) กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย นันทนา นันทวโรภาส, สุนทร พฤกษพิพัฒน์, น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ, พรชัย วิทยเลิศพันธุ์, มณีรัฐ เขมะวงค์ ร่วมกับ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีฝ้าเพดานโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 13 กันยายน

นันทนา ได้สวมหมวกนิรภัยก่อนแถลงข่าวเพื่อสะท้อนถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของบุคลากรในรัฐสภา พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยแถลงเตือนเรื่องสัญญารับประกันของสภา 2 หมื่นล้านบาทกำลังจะหมดลง ท่ามกลางปัญหาน้ำท่วม ส้วมแตก ผนังร้าว เพดานรั่ว และฝ้าถล่ม แต่กลับไม่มีการเรียกบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมามาแก้ไข

แต่ประธานรัฐสภากลับระบุว่าจะต้องหางบประมาณมาซ่อมแซม ทั้งที่มีเหตุน้ำรั่วจนต้องเอาถังมารอง และมีพระสงฆ์เดินตกสระมรกต เรื่องเหล่านี้ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นอาคารรัฐสภาขนาดใหญ่อันดับสองของโลก รองจากอาคารเพนตากอน จึงขอเรียกร้องให้เร่งแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของคนในอาคาร

ด้าน สุนทร ระบุว่า ฝ้าถล่มคาดว่าเกิดจากระบบแอร์มีน้ำหยดสะสม นอกจากนี้ยังมีปัญหาน้ำท่วมลานจอดรถชั้น B2 จากปั๊มน้ำเสีย และกระเบื้องสระมรกตร้าว พร้อมตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจว่าเหตุใดจึงเกรงใจผู้รับเหมา และขอเตือนสติให้คำนึงถึงชื่อ ‘สัปปายะสภาสถาน’ ที่แปลว่าสถานที่ประกอบกรรมดี ไม่ใช่สถานที่ประกอบกรรมชั่ว

ขณะที่ น.ต. วุฒิพงศ์ ชี้ว่า ท่อแอร์มีเชื้อราจนทำให้คนป่วย รวมถึงถนนรอบสภาเริ่มทรุดตัว สิ่งผิดปกติเหล่านี้ต้องแก้ด้วยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องงมงาย และต้องตรวจสอบไม่ให้งบประมาณจมไปกับการทุจริต

ส่วน พรชัยเสริมว่า สภาไทยน่าจะเกิดอุบัติเหตุทางโครงสร้างเป็นอันดับหนึ่ง ถือเป็นความอับอายต่อสายตาต่างชาติ จึงเสนอให้เปิดเผยข้อมูลก่อนหมดระยะเวลารับประกัน 60 วัน ตั้งคณะกรรมการอิสระเข้ามาตรวจสอบ และตั้งคณะทำงานร่วม สส.-สว. ติดตามจุดสร้างไม่ตรงสเปก ขณะที่ มณีรัฐ ขอให้ตรวจสอบความปลอดภัยของกล้องวงจรปิดในจุดอับและลิฟต์เพื่อสวัสดิภาพช่วงกลางคืน

ด้าน วิลาศ เปิดเผยว่า เหตุฝ้าถล่มและน้ำรั่วเกิดมาแล้วกว่า 10 ครั้ง เช่น ห้องประชุมสัมมนาชั้น B2 เมื่อปี 2567 ซึ่งผู้รับจ้างอ้างว่าส่งงานครบ 100% ตั้งแต่ ก.ย. 2566 แต่เลขาธิการสภาฯ กลับมาเซ็นรับรองงานในภายหลัง ตนจึงได้ยื่นเรื่องร้องเรียนตามมาตรา 157 ต่อ ป.ป.ช. ไว้แล้ว

ทั้งนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) เคยตรวจพบจุดเสี่ยงถึง 101 จุด (เสี่ยงมาก 91 จุด) จึงขอให้ประธานรัฐสภาเร่งเรียกร้องความเสียหายจากผู้รับเหมา ไม่ใช่เอางบแผ่นดินก้อนใหม่มาใช้ซ่อมแซม โดย นันทนากล่าวทิ้งท้ายย้ำข้อเรียกร้อง ให้ประธานรัฐสภาดึงคนนอกร่วมตรวจสอบความโปร่งใส เรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้รับเหมาโดยตรง เพื่อคืนความสง่างามให้รัฐสภา

ABOUT THE PHOTOGRAPHER

ศวิตา พูลเสถียร

ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD