ครม. อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ. เวนคืนที่ดินสร้างรถไฟความเร็วสูง ไทย–จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย กว่า 1,344 ไร่ ด้านรฟท. เร่งรัดก่อสร้างระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ควบคู่คุมเข้มมาตรการความปลอดภัยทุกพื้นที่

ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 2  ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย โดยให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาก่อนดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 อนุมัติหลักการโครงการดังกล่าว โดยกำหนดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สิน รวมถึงการก่อสร้างงานโยธา ภายใต้กรอบวงเงินโครงการรวม 256,403.48 ล้านบาท แบ่งเป็น


  1. ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สิน จำนวน 1,991 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,344 ไร่ 2 งาน
    49.2 ตารางวา วงเงิน 12,418.61 ล้านบาท
  2. ค่างานก่อสร้างโยธา วงเงิน 237,454.86 ล้านบาท
  3. ค่าควบคุมงานก่อสร้างโยธา วงเงิน 6,530.01 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวมีระยะทางประมาณ 357.12 กิโลเมตร ประกอบด้วย 5 สถานี ได้แก่ สถานีบัวใหญ่ สถานีบ้านไผ่ สถานีขอนแก่น สถานีอุดรธานี และสถานีหนองคาย เพื่อขยายโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งในระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกัน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าเร่งรัดการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา ระยะทางรวม 250.77 กิโลเมตร ประกอบด้วย 6 สถานี ได้แก่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีดอนเมือง สถานีอยุธยา สถานีสระบุรี สถานีปากช่อง และสถานีนครราชสีมา แบ่งงานก่อสร้างโยธาออกเป็น 14 สัญญา โดยข้อมูลความก้าวหน้า มีผลงานสะสมร้อยละ 57.645

อย่างไรก็ตาม รฟท. ติดตามความก้าวหน้าและเร่งรัดการดำเนินงานของแต่ละสัญญา พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการก่อสร้าง โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ใกล้หรือ

คร่อมทางรถไฟเดิมที่ยังเปิดให้บริการเดินรถ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการเดินรถและลดความเสี่ยงต่อผู้โดยสาร พนักงาน และผู้ปฏิบัติงานก่อสร้าง

สำหรับพื้นที่ก่อสร้างใกล้ทางรถไฟ รฟท. กำกับให้ผู้รับจ้างวางแผนและประสานการทำงานร่วมกับฝ่ายปฏิบัติการเดินรถอย่างเป็นระบบ คำนึงถึงข้อจำกัดของพื้นที่และช่วงเวลาที่สามารถเข้าปฏิบัติงานได้ พร้อมควบคุมการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทั้งการตรวจสอบพื้นที่และความพร้อมก่อนเริ่มงาน การจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง การควบคุมพื้นที่ก่อสร้างและเครื่องจักร ตลอดจนการติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยและระบบเฝ้าระวังตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและไม่ให้กระทบต่อการเดินรถ

นอกจากนี้ รฟท. ยังกำกับดูแล มาตรการด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรกล วิศวกรโยธา และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำจุดปฏิบัติงาน พร้อมเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบเครื่องจักรและเอกสารรับรองตามข้อกำหนดของโครงการ ตลอดจนตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยยกและอุปกรณ์ป้องกันวัสดุตกหล่นก่อนใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยยึดความปลอดภัยของผู้โดยสาร พนักงาน ประชาชน และผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ

เมื่อเปิดให้บริการ รถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา จะใช้เวลาเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ถึงสถานีนครราชสีมาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ขณะที่ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย จะช่วยขยายโครงข่ายการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจและการขนส่งในระดับภูมิภาค สนับสนุนระบบโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว