‘เอกนิติ’ ปีนี้ดัชนี 2,000 จุด?


ดัชนี “2,000 จุด” ตัวเลขนี้หากพูดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน นักลงทุนในตลาดหุ้นอาจหัวเราะแล้วถามกลับว่า “จริงหรือ”?

แต่วันนี้คนที่พูดไม่ใช่นักวิเคราะห์ ไม่ใช่เซียนหุ้น หรือนักลงทุนรายใหญ่

ทว่า คือ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้ประกาศบนเวที Thailand Focus 2026 ด้วย “ความคาดหวัง” ให้ดัชนีหุ้นไทยแตะ 2,000 จุดภายในปี 69

คำสำคัญคือ “คาดหวัง” ครับ

เพราะถ้าดูเป้าหมายของนักวิเคราะห์ในตลาด ภาพยังไม่ได้วิ่งเร็วขนาดนั้น

KKPS และ UBS มอง 1,680 จุด

DBSV ให้ 1,720 จุด

ส่วนทิสโก้วาง Base Case ไว้ 1,650 จุด

ช่องว่างระหว่าง 1,650 กับ 2,000 จุด คือ “การบ้าน” ของเศรษฐกิจไทย

คำถามจึงไม่ใช่ว่าดัชนีจะไป 2,000 จุดได้หรือไม่ แต่ต้องมีปุจฉา หรือคำถามว่า แล้วปัจจัยอะไรล่ะที่จะพาไปนั่นแหละ

กลับมาที่ตลาดหุ้นไทย วันนี้เหมือนกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน

นักลงทุนต่างชาติ หรือ “ฟันด์โฟลว์” เริ่มกลับมา มีทิศทางที่ดีขึ้น การเมืองนิ่งขึ้นค่อนข้างมีเสถียรภาพ บวกกับความกังวลเรื่องเครดิตประเทศลดลง และที่สำคัญ “การลงทุน” กลับมาอีกครั้ง

ไตรมาส 2/69 ตัวการลงทุนขยายตัว 14% สูงที่สุดในรอบกว่า 11 ปี

ขณะที่ยอดคำขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่าน BOI ครึ่งปีแรกสะสมกว่า 1.47 ล้านล้านบาท

นี่คือ “ปัจจัย” น่าสนใจครับ เพราะตลาดหุ้นขึ้นด้วย “ความหวัง” ได้ระยะหนึ่ง แต่หากจะบินแบบติดลมบนได้นาน ต้องมี “กำไรบริษัทจดทะเบียน” รองรับครับ

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย จากกลุ่มเกียรนาคินภัทร พูดประโยคสำคัญมาก

“กำไรบริษัทจดทะเบียน” คือกุญแจที่จะรักษานักลงทุนให้อยู่กับตลาดไทยในระยะยาว

ตรงนี้ผมเห็นด้วย เพราะสุดท้ายฟันด์โฟลว์ไม่ได้รักประเทศไหนเป็นพิเศษ หากตลาดเงิน ตลาดทุนตรงไหนมี “ผลตอบแทน” ที่ดี  เงินจะไปที่นั่น

วันนี้ประเทศไทยกำลังขายสตอรี่ใหม่ จากประเทศ Old Economy ไปสู่ AI Supply Chain, Data Center, EV และเทคโนโลยีชีวภาพ

จากประเทศที่เคยรอเงินลงทุน กำลังพยายามเป็นประเทศที่ “แย่งเงินลงทุน”

รัฐบาลตั้งเป้าเพิ่ม Investment จาก 20% เป็น 30% ของจีดีพี ใช้ทั้ง PPP กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ Thailand Fast Pass รวมถึง BOI to IPO และ JUMP+

หากทำได้จริงนะ

ตลาดหุ้นไทยจะไม่ได้แค่ “Re-rate”

แต่โครงสร้างตลาดอาจถูก “Rebuild” ใหม่ และนี่ต่างหากที่น่าสนใจกว่าดัชนี 2,000 จุด เพราะดัชนีเป็นเพียง ปลายเหตุ ส่วนต้นเหตุคือกำไร บจ.

วันนี้หุ้นแบงก์เป็น Flagship พลังงานยังมีสตอรี่, นิคมอุตสาหกรรมรับ FDI Data Center กำลังมา, อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงกำลังถูกจับตามอง

หากเม็ดเงินลงทุน 1.47 ล้านล้านบาท ค่อย ๆ เปลี่ยนจาก “คำขอ” เป็น “โรงงาน” จริง ๆ

และจากโรงงานเป็น “รายได้”

จากรายได้เป็น “กำไร”

วันนั้น 2,000 จุดอาจไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันครับ

ทว่า หาก FDI อยู่แค่บนกระดาษ แล้ว AI เป็นเพียงคำสวย ๆ บน PowerPoint ส่วนกำไร บจ.ไม่ได้เติบโตตาม

ผมว่านะ 1,650 จุดก็อาจจะเหนื่อยแล้ว

ดังนั้นการที่ขุนคลัง “เอกนิติ” พูดดัชนี 2,000 จุด ผมไม่คิดว่าตลาดต้องรีบเชื่อ

แต่ก็ไม่ควรที่จะไม่เชื่อ