"รัฐบาล" ดันตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท ลุ้นเริ่ม 1 ม.ค.70 คืนส่วนต่างผ่านแอปฯ "เป๋าตัง"


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ต.ค.69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายใต้กรอบค่าโดยสาร 17–45 บาทต่อเที่ยว เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าหลายครั้งและต้องรับภาระค่าแรกเข้าเพิ่มเติมจากการเดินทางข้ามระบบ

กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าเริ่มดำเนินมาตรการในวันที่ 1 มกราคม 2570 พร้อมเตรียมระบบชำระเงินและการคืนส่วนต่างค่าโดยสารให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิตามเงื่อนไข

นางสาวลลิดาระบุว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม ครั้งที่ 4/2569 ว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยส่วนต่างค่าโดยสาร

ในช่วงเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลจะยังคงใช้กลไกสัมปทานของผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเดิม เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้ โดยไม่ต้องรอการปรับโครงสร้างสัมปทานทั้งหมด

สำหรับรูปแบบการดำเนินมาตรการในระยะแรก ผู้โดยสารจะยังคงชำระค่าโดยสารตามอัตราปกติเมื่อใช้บริการ จากนั้นระบบจะคืนเงินส่วนต่างตามสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้แก่ประชาชนชาวไทยที่ลงทะเบียนและผ่านเงื่อนไขของมาตรการ

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นระบบคืนเงินภายหลัง ไม่ใช่การปรับลดค่าโดยสารที่เรียกเก็บ ณ ประตูทางเข้า-ออกให้เหลือไม่เกิน 45 บาททันที โดยมีเป้าหมายให้ค่าใช้จ่ายสุทธิของผู้โดยสารอยู่ภายใต้กรอบที่กำหนด

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างประสานธนาคารกรุงไทยเพื่อพัฒนาระบบเชื่อมโยงบัตรชำระเงินมาตรฐาน EMV ทั้งบัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่รองรับการแตะจ่าย เข้ากับระบบลงทะเบียนและคืนเงินส่วนต่าง รวมถึงหารือแนวทางรองรับบัตร Rabbit ที่ประชาชนใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

ในระยะยาว กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายพัฒนาระบบหัวอ่านบัตรของรถไฟฟ้าให้รองรับมาตรฐานเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามสาย และลดความซ้ำซ้อนของค่าแรกเข้า

พร้อมกันนี้ ยังมีแผนขยายการเชื่อมโยงระบบตั๋วร่วมไปยังรถโดยสารสาธารณะและเรือในระยะต่อไป เพื่อให้การเดินทางจากชุมชนเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้าและต่อเนื่องถึงปลายทางทำได้สะดวกมากขึ้น

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะค่าเดินทางซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของประชาชนในเขตเมือง มาตรการค่าโดยสารร่วม 17–45 บาทจึงเป็นอีกแนวทางในการช่วยลดค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม วันที่ 1 มกราคม 2570 ยังเป็นเพียงเป้าหมายเริ่มดำเนินมาตรการ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบและการอนุมัติที่เกี่ยวข้อง โดยประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการลงทะเบียน ประเภทบัตรที่รองรับ และเงื่อนไขการรับเงินคืนจากกระทรวงคมนาคมต่อไป

Back to top button