เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (16) ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น

คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (16) ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น

บทความโดย : Lordofwar Nick www.marumura.com

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ในที่สุด ซีรี่ส์ “ทิพยอำนาจ” นี่ก็จะได้เวลาจบลงแล้วในตอนนี้ ก็เป็นอะไรที่ออกจะเหลือเชื่ออยู่ ไม่คิดว่าจะอ่าน และยิ่งไม่คิดว่าจะอ่านแล้วเอามาเขียนแบบที่เอาพุทธศาสนาของไทยมาประสานกับแนวทางเซนของญี่ปุ่น

วันนี้จะขอพูดแค่สองเรื่อง คือเรื่องการพัฒนา “พลังเทพ” ที่ได้ฝึกแล้วให้ดำรงอยู่และดียิ่งขึ้นไป ๑ กับการนำเอาพลังเทพมาใช้ เพื่อตนเองและผู้อื่น ๑


ผู้ศึกษาทิพยอำนาจคงยังจำได้ว่า ทิพยอำนาจตั้งอยู่บนรากฐาน ๒ ประการคือ ฌาน และ กำลังใจอันมั่นคง (ย่อ) เมื่อทิพยอำนาจขึ้นอยู่กับฌานและกำลังใจอันมั่นคงเช่นนี้ การรักษาทิพยอำนาจจึงสำคัญที่การรักษาฌานและจิตใจ ฉะนั้น จะได้แสดงวิธีรักษาฌานและจิตใจดังต่อไปนี้.

(ย่อ)

กามคุณและกองอกุศล (ในที่นี้ผู้เขียนหมายถึงนิวรณ์ ๕) อันตรายของฌานอย่างเอก เป็นสิ่งที่ต้องละและบรรเทาให้สงบเงียบลงให้ได้ จึงจะได้ความสงบใจ ปฐมฌานมีอำนาจสงบสิ่งเหล่านี้ได้ ทำให้เกิดความวิเวกในใจหายวุ่นวาย มีความปลอดโปร่งโล่งใจขึ้นแทนที่.


การรักษาฌานนั้น นอกจากจะต้องคอยสอดส่อง กำจัดนิวรณ์ ๕ แล้ว การฝึกสัมมาสมาธิ คือไล่ระดับไปแต่ฌาน ๑ ถึง ๔ แล้ว “กำหนดใส่ใจนิมิต ที่ปรากฏในมโนทวาร พิจารณาไว้ดี พยายามดำรงไว้ให้นาน แล้วทำการพิจารณาสอบสวนด้วยปัญญาให้ทะลุปรุโปร่ง” ก็จะรักษาฌานได้ มันก็เหมือนกับออกกำลังหรือฝึกหัดวิชาต่อสู้ ต้องฝึกประจำสม่ำเสมอจึงจะเพิ่มพูนขึ้น

อีกวิธีหนึ่งที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้คือเรื่อง มฉลาดในเรื่องของสมาธิ ๗ ประการ ดังนี้


๑. สมาธิกุสโล ฉลาดในสมาธิ คือรู้จักว่าจิตขนาดไหน เป็นสมาธิขั้นไหน กำหนดได้ถี่ถ้วน.

๒. สมาธิสฺส สมาปตฺติกุสโล ฉลาดในวิธีเข้าสมาธิขั้นนั้นๆ เข้าช้าๆ เข้าโดยลำดับ เข้าทวนลำดับ เข้าสลับสมาธิ และเข้าสมาธิอย่างรวดเร็วได้ตามใจประสงค์.

๓. สมาธิสฺส ฐิติกุสโล ฉลาดในการยั้งสมาธิ คือจะดำรงสมาธิไว้ให้ได้นาน หรือไม่นานแค่ไหนได้ตามต้องการ.

๔. สมาธิสฺส วุฏฺฐานกุสโล ฉลาดในวิธีออกสมาธิ คือออกสมาธิช้าๆ ก็ได้ ออกเร็วๆ ก็ได้ตามต้องการ.

๕. สมาธิสฺส กลฺลิตกุสโล ฉลาดในความพร้อมพรั่งของสมาธิ คือรู้จักทำสมาธิให้เต็มบริบูรณ์ตามองค์กำหนดของสมาธิขั้นนั้นๆ กำหนดองค์สมาธิได้ถูกถ้วนดีทุกๆ ขั้น.

๖. สมาธิสฺส โคจรกุสโล ฉลาดในอาหารของสมาธิ คือรู้จักอารมณ์เป็นที่เกิดสมาธิ ส้องเสพอารมณ์นั้นๆ เนืองๆ จิตใจก็เป็นสมาธิอยู่เนืองๆ เพราะได้อาหารปรนปรือเสมอ.

๗. สมาธิสฺส อภินิหารกุสโล ฉลาดในอภินิหารของสมาธิ คือรู้จักอำนาจแปลกประหลาดอันเกิดจากสมาธินั้นๆ สำเหนียกกำหนดจดจำไว้ให้ดี และฝึกใช้อภินิหารนั้นให้เกิดประโยชน์บ่อยๆ.


ส่วนการบำรุงกำลังใจให้มั่นคงนั้น เมื่อเราคอยสอดส่องจิต ดันตัวเองให้เอาชนะนิวรณ์ ๕ ได้เรื่อยๆ จิตใจจะยิ่งมีกำลังมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ไปเอง เอาง่ายๆ เลย อย่างผมไปซ้อมบีเจเจ คือบางทีต้องดันตัวเองนะ ความขี้เกียจความไม่มั่นใจความอะไรต่อมิอะไร มันมีมาได้เรื่อยๆ นะ เป็นพักๆ นะ แต่เราก็ต้องเตือนตนนะ พอการซ้อมวันนั้นผ่านไปได้ เย้ กูรอดชีวิตอีกวันแล้ว มันเกิด “ปิติ” นะ มันรู้สึกดีกับตัวเองที่วันนี้ก็เอาชนะความขี้เกียจและอื่นๆ บลาๆ ได้ ทำแบบนี้บ่อยๆ กำลังใจจะเข้มแข็งขึ้นเอง

ทีนี้ พูดถึงเมื่อเรามีพลัง มีความสามารถแล้ว เราจะใช้มันอย่างไรดีล่ะ? ในวิชายูโดยังมีปรัชญาที่ท่านปรมาจารย์คาโน่ทิ้งไว้แก่คนรุ่นหลังว่า “เซย์เรียวคุเซ็นโย จิทะเคียวเอย์” (精力善用 自他共栄) ซึ่งผมขอแปลแบบตามตัวอักษรว่า “ใช้พลัง (ใจกาย) ไปในทางกุศล เราเขารุ่งเรืองด้วยกัน” นั่นแหละครับ ข้อนี้ก็พ้องกับคำที่ว่า “ประโยชน์ของตน ประโยชน์ของผู้อื่น” ตามคำสอนในพุทธศาสนานี่แล

ใช้เพื่อประโยชน์ตนนั้นมีอะไรบ้าง? ใน “ทิพยอำนาจ” ได้กล่าวไว้ดังจะขอสรุปต่อไปนี้

๑ ให้คุ้มครองตนให้พ้นจากภัย ในโลกนี้ มีภัยต่างๆ มากมาย ภัยธรรมชาติ ภัยพาล (คือภัยจากคนอันธพาลสันดานหยาบ สมัยนี้มีเยอะ) ภัยมาร (อุปสรรถขัดขวางหนทางที่จะทำดี) ภัยเวรกรรม การจะทำตนให้พ้นภัยนั้น “สติ” สำคัญสุด

๒ ระงับหรือบรรเทาความเจ็บปวด ทุกขเวทนา จนถึงรักษาโรคภัย

ใช้เพื่อประโยชน์คนอื่นมีอะไรบ้าง?

๑ ช่วยผู้อื่นให้พ้นจากภัย

๒ ช่วยระงับหรือบรรเทาความเจ็บปวด ทุกขเวทนา จนถึงรักษาโรคภัย

๓ ชี้ทางให้ผู้อื่นเชื่อในศีลธรรม ซึ่งบางครั้งก็ต้องใช้ไม้แข็ง “ทรมาน” บ้าง

หวนมาคิดถึงสิ่งที่ผมทำผมเป็นอยู่ หากจะมีอะไรที่จะเป็นประโยชน์จริงๆ ในการฝึกวิชาต่อสู้ พูดไปมันก็เรื่องของ “ใจ” ล้วนๆ ใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อความเกียจคร้าน ใจที่สงบนิ่งพร้อมกระทำ เรารู้อะไรที่ดีๆ แนะนำคนอื่นบ้างตามโอกาสอันควร ส่วนเรื่องการรักษาตัวนั้น สมัยนี้เขาก็บอกกันว่าฝึกสมาธิช่วยบำบัดโรคความดันได้ การฝึกลมหายใจลมปราณก็ช่วยฟื้นสภาพร่างกายได้ วิชาพวกนี้ก็คือวิชา “เพื่อชีวิต” เราฝึกหัดเรียนใช้เพื่อ “ชีวิตที่ดีกว่า”

แต่ผมคิดว่า “ชีวิตที่ดีกว่า” นั้น ยัง “ดีกว่า” ได้อีก

บางที “ชีวิตที่ดีกว่า” ยิ่งๆ ขึ้นไป อาจจะเป็น…

ผมละไว้ ให้ท่านผู้อ่านเดาเอาเองครับ

ขอบพระคุณท่านผู้อ่านมากๆ ที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตรงนี้ จากที่เคยคุยกับ บก. ว่า อาจจะพักจากการเขียนเรื่องแนวปรัชญาชีวิต เพราะเขียนมาเยอะแล้วกลัวคนอ่านจะเบื่อ ทีแรกหลังจาก “ฟุโดชิ” ก็ว่าจะหยุดละ แต่กลับมีต่อเรื่อง “ทิพยอำนาจ” ซึ่งก็ถือว่าเป็นรูปแบบการเขียนที่ (น่าจะ) มาจนสุดทางแล้ว ในเรื่องแนวปรัชญา พุทธปรัชญา

ขอบพระคุณท่านผู้อ่านอีกครั้งนะครับ

สวัสดีครับ

บทความโดย : Lordofwar Nick www.marumura.com

เรื่องแนะนำ :
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (15) พลังแห่งทางสายกลาง
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (14) กระจกกระจ่างน้ำนิ่ง
– เมื่อผมสนทนากับ Gemini (11) ดู SPRIGGAN แล้วก็ย้อนกลับไปนึกถึง ต่วย’ตูนพิเศษ!?
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (13) ตื่นหรือหลับบังคับได้
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (12) หูพันลี้ ตาพันลี้

เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (16) ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้ซึ่งเขาให้มาเรียนหนังสือแต่เผลอไปเรียนดาบอิไอด้วย (แถมไอคิโดอีกเล็กน้อย) ณ ปี 2025 เดินมาในวิถีแห่ง BJJ มาได้ครึ่งทางแล้ว (พร้อมกับฟื้นฟูการฝึกดาบอิไอด้วย) และยังตั้งใจศึกษา ธรรมะ ปรัชญาชีวิต ผ่านการฝึกในโรงยิม (และที่บ้าน) เช่นเดิม