เขื่อนลำปาวอ่วม! พบปลาหมอคางดำ ทะลุ 132 ตัว รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ด่วนพรุ่งนี้

  1. หน้าหลัก 
  2. ภูมิภาค 
  3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

เขื่อนลำปาวอ่วม! พบปลาหมอคางดำ ทะลุ 132 ตัว รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ด่วนพรุ่งนี้

เผยแพร่: 25 ก.ย. 2569 13:01   ปรับปรุง: 25 ก.ย. 2569 13:01   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาฬสินธุ์-ปลาหมอคางดำ บุกเขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์ ยอดจับสะสมพุ่ง เป็น 132 ตัว ล่าสุดพรุ่งนี้รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ ทั้งกรมประมงเปิดปฏิบัติ ตรวจ DNA เก็บตัวอย่างน้ำ 3-4 จุดเสี่ยง จับตาคนแอบลักลอบปล่อยต้นตอปัญหา ก่อนลามคุกคามระบบนิเวศทั้งระบบ


สถานการณ์การแพร่ระบาดของ "ปลาหมอคางดำ" หลังพบการระบาดในพื้นที่เหนือเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ล่าสุดชาวประมงพื้นบ้านจับได้แล้วถึง 126 ตัว ทั้งนี้มีรายงานว่า ชาวบ้านมง บ้านคำเขื่อนแก้ว อ.สามชัย จับปลาหมอคางดำเพิ่มอีก 6 ตัว ทำให้มียอดสะสมสูงถึง 132 ตัว คาดว่าต้นตอการระบาดเกิดจากการลักลอบนำมาปล่อย โดยพบจุดแรกที่บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี ก่อนลุกลามไปยังบ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ และจุดที่พบมากที่สุดคือบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย

นายสำรอง สายแสน ชาวบ้านบ้านหาดทรายมูล เปิดเผยว่าหลังติดตามข่าวการระบาด ทำให้ตนนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่เพื่อนชาวประมง 3 คนเคยไปตกเบ็ดบริเวณคลองเชื่อมเขื่อนลำปาว และได้ปลาลักษณะคล้ายปลานิลมาประมาณ 20 ตัว น้ำหนักตัวละ 3-5 ขีด ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีข่าวการระบาด จึงไม่มีใครสงสัยและนำมาปรุงอาหารกินตามปกติ

คิดว่าปลาหมอคางดำน่าจะแพร่พันธุ์ในเขื่อนลำปาวเรียบร้อยแล้ว แต่นอกเขตชลประทานยังไม่เคยพบเลย ชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจน อยากจับปลาชนิดนี้มาทำอาหารและแปรรูปขาย ทั้งปลาแห้ง ปลาแดดเดียว และปลาร้า เพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะมีมากพอหรือไม่

ด้านนายวิชัย ศรีราชา ชาวบ้านบ้านหนองแวงม่วง อ.ห้วยเม็ก กล่าวว่าปริมาณปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติลดลงทุกปีอยู่แล้วจากภาวะฝนน้อย และคนหาปลามากขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ ยิ่งมาเจอปลาหมอคางดำที่ล่าปลาเล็กเป็นเหยื่อ ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ ขณะที่ปลานักล่าเจ้าถิ่นอย่างปลาชะโด ปลาบู่ ปลากด ปลาช่อน กลับถูกชาวประมงจับไปจนลดจำนวนลง

ภาครัฐไม่ควรมุ่งกำจัดปลาหมอคางดำเพียงอย่างเดียว แต่ควรจัดสรรงบประมาณเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจและปลานักล่าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ปลาชะโด ปลาช่อน ปลากะพง ปลากราย ปลากดคัง และปลาเก๋า มาปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำ เพื่อฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศควบคู่กันไป

ส่วนที่สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์, นางสายฝน เสียงหวาน หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านประมง, นายมลากูล ฉายแสง นักวิชาการประมงชำนาญการ สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายสันติ ปานนุสา นักวิชาการปฏิบัติการกลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำจืด กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ได้ประชุมเตรียมการรณรงค์ป้องกันปลาหมอคางดำ โดยในวันพรุ่งนี้ นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วงว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ อธิบดีกรมประมง จะเดินทางมาสำรวจพื้นที่และวางแผนการป้องกัน

โดยมี นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ จะนำฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ประกอบด้วย อ.สหัสขันธ์ อ.สามชัย อ.หนองกุงศรี อ.ยางตลาด อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.คำม่วง และอาสาสมัครเครือข่ายประมงร่วมปฏิบัติการ นอกจากการรณรงค์ จะเก็บตัวอย่างน้ำในเขื่อนลำปาวที่พบปลาหมอคางดำเพื่อพิสูจน์ว่าในเขื่อนลำปาวมีปลาชนิดใดบ้าง จากที่นักวิชาการด้านประมง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เคยระบุว่า น่าจะเหลือปลาน้ำจืดในเขื่อนลำปาว ประมาณ 84 ชนิด จากเดิมที่เคยสำรวจไว้เมื่อปี 2545-46


นายสันติ ปานนุสา นักวิชาการปฎิบัติการกลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำจืด กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง เปิดเผยว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำ ติดตามร่องรอยปลาหมอคางดำบริเวณเขื่อนลำปาว โดยกรมประมงเก็บตัวอย่าง เช่นจุดต้นน้ำที่อำเภอท่าคันโท จุดประตูระบายน้ำ การวิเคราะห์ใช้วิธีตรวจ DNA ที่ปะปนในน้ำเพื่อดูชนิดพันธุ์ปลา โดยร่วมมือกับ สวทช. และใช้เวลาไม่เกิน 14 วัน

ทั้งนี้การตรวจสามารถบอกได้เพียงสัดส่วนชนิดปลาและภาวะการถูกแทนที่ด้วยปลาหมอคางดำ แต่ไม่สามารถระบุต้นตอที่มาได้ สำหรับลักษณะของปลาหมอคางดำ มีสรีระลำไส้ยาวคล้ายปลานิลจึงกินพืชเป็นหลัก แต่หากขาดแคลนอาหารก็สามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ส่วนสาเหตุที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคกลางกังวลมาก เนื่องจากปลาหมอคางดำเข้าไปแย่งอาหาร แย่งพื้นที่บ่อเลี้ยง และกินลูกกุ้งตัวเล็ก จนทำให้ผลผลิตกุ้งลดลง

ด้านนายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าว่าวันพรุ่งนี้ (26 ก.ย.) คณะรมช.เกษตรฯ จะเริ่มลงเรือบริเวณสะพานเทพสุดา ตรวจเยี่ยมการเลี้ยงปลานิลในกระชังบริเวณนาอวน ต.หนองสวง ก่อนขึ้นฝั่งรับฟังข้อห่วงใยและผลกระทบเรื่องปลาหมอคางดำจากกลุ่มเกษตรกรและชาวประมงรอบเขื่อน จากนั้นจะเดินทางไปยังบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย เพื่อจัดกิจกรรมให้ความรู้ โดยผู้เชี่ยวชาญ สังเกตข้อแตกต่างระหว่างปลานิลกับปลาหมอคางดำ


อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากกลุ่มประมงและเจ้าหน้าที่จาก จ.อุดรธานี เข้าร่วมกิจกรรมลงแขกจับปลาสำรวจ ซึ่งชาวประมงประมาณ 30 ราย เริ่มวางข่าย วางรอบ และวางตุ้มไว้ตั้งแต่คืนก่อนหน้า และจะร่วมกันกู้เครื่องมือจับปลาพร้อมทอดแหช่วงเที่ยงวันจัดกิจกรรม นำปลามาตรวจสอบและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่

ทั้งมีการปล่อยปลาผู้ล่าที่เป็นปลาเศรษฐกิจมูลค่าสูงเป็นระยะ เช่น ปลาช่อน ปลากราย ปลากดเหลือง ปลากดคัง ปลาเนื้ออ่อน และปลาสลาด เพื่อช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำ พร้อมทั้งสร้างประโยชน์สองต่อให้ชาวประมงสามารถจับปลามีรายได้เพิ่ม