แจงโครงสร้างภาษีสหรัฐฯ “พาณิชย์” ยัน 12.5% ยังไม่ใช่ข้อสรุป
วันนี้ (24 ก.ย.2569) นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา และกรณีการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ มีการไต่สวนไทยใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ กรณีการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) และกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) โดยผลการไต่สวนในแต่ละกรณีมีสถานะและผลต่ออัตราภาษีแตกต่างกัน
แจงโครงสร้างภาษีสหรัฐฯ “พาณิชย์” ยัน 12.5% ยังไม่ใช่ข้อสรุป
สำหรับกรณีแรงงานบังคับ สหรัฐฯ ประกาศผลการไต่สวนแล้ว โดยกำหนดอัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 สำหรับสินค้าจากไทยที่ร้อยละ 12.5 ขณะที่ประเทศที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ของสหรัฐฯ และมีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ หรือได้ให้คำมั่นผ่านความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) จะใช้อัตราร้อยละ 10 ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังกำหนดรายการสินค้าบางส่วน ที่ได้รับยกเว้นจากภาษีเพิ่มเติมดังกล่าวด้วย
นายกรนิจ กล่าวต่อว่า จากกรณีดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ART เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีความเกี่ยวข้อง กับการกำหนดอัตราภาษีของสหรัฐฯ โดยประเทศไทยจึงเร่งผลักดันการจัดทำความตกลง ART กับสหรัฐฯ เพื่อให้สามารถกำหนดกรอบความสัมพันธ์ทางการค้า และอัตราภาษีที่สอดคล้องกับสถานะของไทย และสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคได้ ทั้งนี้เป้าหมายของไทย คือการสรุปการเจรจา ART เพื่อรักษาอัตราภาษีรวมให้อยู่ในกรอบ 19% หรือไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง
แจงโครงสร้างภาษีสหรัฐฯ “พาณิชย์” ยัน 12.5% ยังไม่ใช่ข้อสรุป
อัตรา 19% เป็นกรอบอัตราที่ไทยเคยได้รับ ภายใต้การเจรจาในช่วงที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ไทยเคยเผชิญอัตราภาษีต่างตอบแทนภายใต้ IEEPA ที่ร้อยละ 36 ก่อนลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 19 ภายหลังการจัดทำกรอบความตกลงกับสหรัฐฯ ขณะที่ต่อมาสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนฐานกฎหมาย และเปิดการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ในประเด็นแรงงานบังคับและกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
สำหรับกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ขณะนี้สหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาผลการไต่สวน โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกไต่สวนในประเด็นดังกล่าว ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 และกระทรวงพาณิชย์ส่งข้อมูลและคำชี้แจงต่อฝ่ายสหรัฐฯ แล้ว
แจงโครงสร้างภาษีสหรัฐฯ “พาณิชย์” ยัน 12.5% ยังไม่ใช่ข้อสรุป
ดังนั้น การนำอัตราภาษีของประเทศต่าง ๆ มาเปรียบเทียบกันในขณะนี้ จำเป็นต้องพิจารณาให้ครบถ้วนว่า เป็นอัตราที่เกิดจากมาตรการหรือการไต่สวนในกรณีใด เนื่องจากแต่ละประเทศมีสถานะในการเจรจาและข้อผูกพันกับสหรัฐฯ แตกต่างกัน อีกทั้งอัตราที่ประกาศอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่สะท้อนผลจากการไต่สวนกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
การกล่าวว่า หากไทยได้รับอัตราภาษีเกิน 12.5% จะทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก จนแข่งขันไม่ได้ จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะต้องพิจารณากระบวนการไต่สวนมาตรา 301 ให้ครบทั้งสองกรณี รวมถึงสถานะของแต่ละประเทศด้วย
สำหรับความคืบหน้าการเจรจา ART นายกรนิจ กล่าวว่า ขณะนี้สาระสำคัญและหลักการของการเจรจาได้ข้อสรุปร่วมกันแล้ว เหลือการตรวจสอบรายละเอียดและถ้อยคำของความตกลงในระดับเทคนิค เพื่อให้มีความสอดคล้อง ชัดเจน และรอบคอบ โดยฝ่ายไทยเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศผลการไต่สวนมาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
แจงโครงสร้างภาษีสหรัฐฯ “พาณิชย์” ยัน 12.5% ยังไม่ใช่ข้อสรุป
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ หารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องให้ทีมเทคนิคเร่งสรุปรายละเอียดของ ART หลังสามารถมีข้อสรุปในสาระสำคัญร่วมกันได้ และฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าจะพิจารณาอัตราภาษีของไทยอย่างเป็นธรรมและสามารถแข่งขันได้
สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือการสรุปถ้อยคำและรายละเอียดของ ART ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อรักษากรอบอัตราภาษีที่ไทยได้หารือไว้ และลดความเสี่ยงจากผลกระทบของมาตรการทางการค้าต่อผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเดินหน้ากระบวนการไต่สวนมาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ขอให้ผู้ประกอบการและประชาชน ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการภาษีสหรัฐฯ จากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข้อมูลทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอัตราภาษีที่ประกาศในแต่ละช่วงอาจมาจากมาตรการ และฐานกฎหมายที่แตกต่างกัน และผลการไต่สวนบางกรณียังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
อ่านข่าว:
"ศุภจี" ร่วมเวที UNGA81 ถกผู้นำโลก เปิดทางขยายการค้า–เศรษฐกิจไทย
“ศุภจี” เร่งปิด ART สหรัฐฯ ก่อนผลสอบมาตรา 301 หวังคงกรอบภาษีเดิม
"นายกฯ" มั่นใจเจรจาภาษีสหรัฐฯ ตั้งเป้าให้ได้ร้อยละ 19 รอข้อสรุปเพิ่มเติมจาก "ศุภจี"