ไฟป่าอินโดนีเซียวิกฤต หมอกควันลามมาเลเซีย จุดความร้อนพุ่ง 11,900 จุด

อินโดนีเซียเร่งยกระดับมาตรการรับมือ ไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่เกษตรและป่าพรุ หลังสถานการณ์ทวีความรุนแรงในหลายพื้นที่ของเกาะบอร์เนียว จนหมอกควันหนาทึบปกคลุมพื้นที่และลอยข้ามพรมแดนเข้าสู่มาเลเซีย 

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีการตรวจพบจุดความร้อนทั่วอินโดนีเซียมากกว่า 11,900 จุดในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง โดยกาลิมันตันตะวันตกและกาลิมันตันกลางเป็นพื้นที่ที่พบจุดความร้อนมากที่สุด ขณะที่พื้นที่ป่าและที่ดินถูกไฟเผาไปแล้วราว 1.78 ล้านไร่ นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใกล้เคียงกับรัฐโรดไอแลนด์ของสหรัฐฯ

สถานการณ์ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมไฟ โดยตำรวจในกาลิมันตันกลางควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว 12 คน จากข้อกล่าวหาวางเพลิงและลักลอบเปิดพื้นที่เพื่อทำการเกษตร

ทางการระบุว่าจะดำเนินคดีอย่างจริงจังกับผู้ที่จุดไฟโดยผิดกฎหมาย ขณะที่หน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติและหน่วยดับไฟป่าเร่งปฏิบัติการทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศในพื้นที่ที่มีจุดความร้อนจำนวนมาก

กระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเซียระบุว่า รัฐบาลกำลังเพิ่มความเข้มข้นของปฏิบัติการในกาลิมันตันตะวันตก กาลิมันตันกลาง และกาลิมันตันใต้ โดยประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านป่าไม้ สำนักงานจัดการภัยพิบัติ BMKG ตำรวจ ทหาร และหน่วยดับไฟป่า Manggala Agni เพื่อควบคุมสถานการณ์

ปัญหาที่น่ากังวลคือหมอกควันจากกาลิมันตันตะวันตกได้ลอยข้ามช่องแคบเข้าสู่รัฐซาราวักของมาเลเซีย ส่งผลให้คุณภาพอากาศในบางพื้นที่อยู่ในระดับไม่ปลอดภัย โดยมีโรงเรียนมากกว่า 600 แห่งต้องปิดการเรียนการสอน กระทบนักเรียนประมาณ 200,000 คน เนื่องจากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า จุดความร้อนในกาลิมันตันตะวันตกมากกว่า 4,000 จุด และเมืองปอนเตียนัคต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด้านไฟป่า ขณะที่ดัชนีคุณภาพอากาศในบางพื้นที่พุ่งถึงระดับ 191 ซึ่งอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ

หน่วยดับไฟป่าอินโดนีเซียยังเพิ่มการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนกาลิมันตันตะวันตก เพื่อติดตามทิศทางลม ความหนาแน่นของควัน และคุณภาพอากาศ พร้อมพยายามลดผลกระทบจากหมอกควันที่อาจลอยเข้าสู่มาเลเซียเพิ่มเติม

ในหลายพื้นที่ของกาลิมันตัน หมอกควันหนาทึบส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงอย่างมาก บางจุดเหลือเพียง 1-10 เมตร ทำให้การสัญจรได้รับผลกระทบ ทั้งการเดินทางบนท้องถนนและเที่ยวบิน ขณะที่ประชาชนบางส่วนรายงานว่ามีอาการหายใจลำบากและกังวลต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการสูดควันเป็นเวลานาน

ผู้เชี่ยวชาญและรายงานจากสื่อในภูมิภาคระบุว่า สถานการณ์ไฟป่ารุนแรงขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่แห้งแล้งและอิทธิพลของ เอลนีโญ ซึ่งทำให้หลายพื้นที่มีฝนทิ้งช่วงและสภาพพื้นดินแห้ง เหมาะต่อการลุกลามของไฟ

กาลิมันตันตะวันตกถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยมีรายงานว่าบางพื้นที่ไม่มีฝนตกต่อเนื่องนานถึง 40 วัน ขณะที่จำนวนจุดความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนสิงหาคม

ไฟป่ายังสร้างความเสี่ยงต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่า โดยก่อนหน้านี้ไฟได้ลุกลามเข้าใกล้ศูนย์ฟื้นฟูลิงอุรังอุตังในกาลิมันตันตะวันตก จนเจ้าหน้าที่ต้องเคลื่อนย้ายอุรังอุตังประมาณ 60 ตัว ไปยังพื้นที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟป่า

ล่าสุด อินโดนีเซียยังคงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์เพื่อควบคุมไฟในพื้นที่วิกฤต พร้อมย้ำว่าจะดำเนินคดีต่อผู้ที่จุดไฟเผาป่าหรือเปิดพื้นที่โดยผิดกฎหมาย เพื่อควบคุมไม่ให้วิกฤตหมอกควันขยายวงกว้างและกระทบประเทศเพื่อนบ้านมากไปกว่านี้.

ที่มา : abcnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ