นบข.เร่งเคาะช่วยชาวนารอบใหม่ ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต พยุงข้าว 11.5 ล้านตัน
อนุผลิต นบข.เร่งหารือมาตรการช่วยชาวนาเพิ่มเติม ทั้งค่าบริหารจัดการ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คาดได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ ขณะที่มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวยังเดินหน้า 5 โครงการ เป้าหมายรวม 11.50 ล้านตันข้าวเปลือก พร้อมงบเพิ่มเติม “ไร่ละ 1,000 บาท” รวมวงเงินที่ นบข.อนุมัติ 12,039.54 ล้านบาท
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต (อนุผลิต นบข.) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน และอธิบดีกรมการข้าวเป็นเลขานุการ อยู่ระหว่างหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มเติม
แนวทางที่อยู่ระหว่างพิจารณาครอบคลุมทั้งการช่วยเหลือค่าบริหารจัดการ การลดต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยจะนำมาพิจารณาให้สอดคล้องกับมาตรการที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) อนุมัติไว้แล้ว เพื่อให้การช่วยเหลือตรงจุด เหมาะสมกับสถานการณ์ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง คาดว่าจะได้ข้อสรุปและเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาในเร็ว ๆ นี้
เร่งหาแนวทางลดต้นทุนชาวนา
นายวิทยากรกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของ นบข. ที่มอบหมายให้อนุผลิต นบข. ศึกษาข้อเสนอของเกษตรกรเกี่ยวกับค่าบริหารจัดการ การลดต้นทุน และการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต โดยให้นำมาตรการที่ นบข.อนุมัติไว้แล้วมาพิจารณาประกอบ เพื่อให้มาตรการต่าง ๆ เชื่อมโยงกันและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน มาตรการดูแลเสถียรภาพราคาข้าวที่ได้รับความเห็นชอบก่อนหน้านี้ยังคงเดินหน้า โดยเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ประชุม นบข.ได้เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 และมาตรการระยะยาวเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิต ภายใต้กรอบแนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” หรือ New Rice Economy จำนวน 5 โครงการ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายรวม 11.50 ล้านตันข้าวเปลือก วงเงินจ่ายขาด 10,192.58 ล้านบาท พร้อมอนุมัติเงินเพิ่มเติมสำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือ “ไร่ละ 1,000 บาท” ปีการผลิต 2568/69 อีก 1,846.96 ล้านบาท ทำให้วงเงินที่ นบข.อนุมัติรวมทั้งสิ้น 12,039.54 ล้านบาท
สำหรับมาตรการทั้ง 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก โดยให้สินเชื่อแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อชะลอการขายและเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง พร้อมสนับสนุนค่าฝากเก็บ 1,500 บาทต่อตัน ส่วนกรณีเก็บที่สหกรณ์ แบ่งเป็นสหกรณ์ 900 บาท และเกษตรกร 600 บาทต่อตัน
โครงการที่ 2 สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร เป้าหมาย 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้สถาบันเกษตรกรสามารถรวบรวมและรับซื้อข้าว โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ย 3.50%
โครงการที่ 3 ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการโรงสีในการเก็บสต็อก เป้าหมาย 4 ล้านตันข้าวเปลือก สนับสนุนให้โรงสีเก็บสต็อกเป็นระยะเวลา 2-6 เดือน โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ย 3%
โครงการที่ 4 ดูดซับข้าวเปลือก เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) ผ่านโรงสี รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคานำตลาด 300 บาทต่อตัน
และโครงการที่ 5 โครงการข้าวประณีต ระยะที่ 2 เป้าหมาย 266 กลุ่มเกษตรกร โดยสนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับพัฒนาการผลิต กลุ่มละ 300,000 บาท
ย้ำมาตรการพยุงราคาข้าวยังเดินหน้า
นายวิทยากรกล่าวว่า มาตรการทั้ง 5 โครงการจะเป็นกลไกสำคัญในการดูดซับผลผลิตและชะลอข้าวออกสู่ตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกมาก รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องให้สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ ตลอดจนยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและดูแลรายได้ของเกษตรกร
ส่วนมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมที่อนุผลิต นบข.อยู่ระหว่างหารือ จะเน้นให้เชื่อมโยงกับมาตรการเดิม โดยมีเป้าหมายลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในระยะยาว