อ.ส.ค. ดันนมโคสดแท้ 100% จาก CSR ถึงแบรนด์สหกรณ์ “CM Milk”ในวันที่ต้องสร้างตลาดเอง

อุตสาหกรรมนมไทยยังอยู่บนโจทย์สำคัญ 2 ด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งต้องเร่งรณรงค์ให้คนไทยบริโภคนมโคสดแท้ 100% เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีและเพิ่มการบริโภคนมให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ อีกด้านหนึ่ง สหกรณ์โคนมในพื้นที่ต้องเร่งสร้างแบรนด์ของตนเอง แปรรูปน้ำนมดิบ และขยายตลาดนมพาณิชย์ เพื่อลดแรงกดดันจากปัญหาน้ำนมดิบเกิน MOU และภาวะสภาพคล่องที่เริ่มตึงตัว

ภาพสะท้อนดังกล่าวเห็นได้จากการเดินหน้ากิจกรรม CSR “แบ่งฝัน ปันรักกับนมไทย-เดนมาร์ค” ครั้งที่ 10 ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ที่มุ่งส่งมอบโภชนาการดีสู่ชุมชน ควบคู่กับกรณีของสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด ที่รีแบรนด์ผลิตภัณฑ์จาก “น้มนม” สู่ “CM Milk” ภายใต้สโลแกน “ธรรมชาติทุกหยด นมสดสหกรณ์” เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม เปิดตลาดใหม่ และเพิ่มมูลค่าน้ำนมดิบของสมาชิก

อ.ส.ค. เดินหน้า CSR ปีที่ 10 รณรงค์ดื่มนมโคสดแท้

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. จัดกิจกรรมเพื่อสังคม “แบ่งฝัน ปันรักกับนมไทย-เดนมาร์ค ครั้งที่ 10” ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 คลอง 5 จังหวัดปทุมธานี โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงาน อ.ส.ค. ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

กิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวทางการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ประจำปี 2569 ของ อ.ส.ค. โดยฝ่ายอำนวยการมอบหมายให้แผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์และธรรมาภิบาล เป็นผู้จัดทำกิจกรรม

เป้าหมายของโครงการคือการต่อยอดกลยุทธ์ด้านการตลาดควบคู่กับบทบาทองค์กรนำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางได้รับสารอาหารครบถ้วน พร้อมปลูกฝังให้เห็นความสำคัญของการบริโภคนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง

อ.ส.ค. ยังต้องการกระตุ้นให้คนไทยบริโภคนมให้ถึง 25 ลิตรต่อคนต่อปี สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล รวมถึงสร้างความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างประชาชนในพื้นที่ ผู้นำชุมชน องค์กรเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แจกนมไทย-เดนมาร์ค สอนทำ “ปุ๋ยนมโคสด”

กิจกรรมครั้งนี้ อ.ส.ค. ได้นำผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คมามอบให้ประชาชนในพื้นที่ เพื่อรณรงค์การบริโภคนมและส่งเสริมสุขภาพที่ดี พร้อมนำวิทยากรจากฝ่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตรของฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คมาสอนทำ “ปุ๋ยนมโคสด”

“ปุ๋ยนมโคสด” เป็นนวัตกรรมชีวภาพจากนมไทย-เดนมาร์ค ที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช บำรุงดินให้ร่วนซุย และเพิ่มรสชาติให้กับพืชผัก โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี

แนวทางดังกล่าวไม่เพียงเป็นการเพิ่มมูลค่าและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ยังเป็นอีกก้าวของการสร้างความยั่งยืนให้ภาคการเกษตรไทย ผ่านการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์นมกับการเกษตรปลอดภัยและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

“ชัยณรงค์” ชูโครงการแบ่งปันสุขภาพดี-หนุนเกษตรกรโคนม

นายชัยณรงค์ เปาอินทร์ รองผู้อำนวยการ อ.ส.ค. กล่าวว่า อ.ส.ค. ในฐานะรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับภารกิจหลักในการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมและพัฒนาอุตสาหกรรมนมของประเทศ

โครงการ “แบ่งฝัน ปันรักกับนมไทย-เดนมาร์ค” ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เพื่อแบ่งปันโอกาส สร้างสุขภาพที่ดี และปลูกฝังให้คนไทยเห็นความสำคัญของการบริโภคนมโคสดแท้ 100% ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพของทุกช่วงวัย

นายชัยณรงค์กล่าวว่า อ.ส.ค. ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนไทย สนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

อีกด้านหนึ่ง ในระดับสหกรณ์ท้องถิ่น “ซีเอ็ม มิลค์” หรือ CM Milk ของสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด เป็นอีกตัวอย่างของแบรนด์นมสหกรณ์ที่ต้องปรับตัวเพื่อเดินหน้าตลาดพาณิชย์

ย้อนหลังไปกว่า 20 ปี “น้มนม” เคยเป็นแบรนด์นมโคท้องถิ่นที่คนเชียงใหม่รู้จักดี ทั้งนมถุงพาสเจอร์ไรส์และนมกล่องยูเอชที ก่อนที่สหกรณ์จะรีแบรนด์เป็น “ซีเอ็ม มิลค์” เพื่อให้ภาพลักษณ์มีความเป็นสากลมากขึ้น

การรีแบรนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าเดิมเข้าใจว่าเป็นแบรนด์เดิม คุณภาพนมยังเหมือนเดิม ขณะเดียวกันแบรนด์ใหม่ก็ต้องรุกตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ไปพร้อมกัน ภายใต้สโลแกน “ธรรมชาติทุกหยด นมสดสหกรณ์”

“นมพาณิชย์ของเราตอนนี้เป็นแบรนด์ใหม่ ‘ซีเอ็ม มิลค์ CM Milk’ เป็นการรีแบรนด์มาจาก ‘น้มนม’ สื่อประมาณว่าผลิตจากนมโคจริง ๆ” นายเกษมศักดิ์ สุขเกษม ผู้จัดการสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด กล่าว

รับน้ำนมดิบ 28 ตันต่อวัน ผลิตนมโรงเรียน 60%

นายเกษมศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด มีผลิตภัณฑ์นมหลัก 2 ประเภทที่ผลิตออกสู่ตลาด ได้แก่ นมพาสเจอร์ไรส์และนมยูเอชที โดยนมพาสเจอร์ไรส์มีลูกค้าหลักคือนมโรงเรียน ส่วนนมยูเอชทีเป็นนมพาณิชย์ และมีนมพาสเจอร์ไรส์บางส่วนทำตลาดทั่วไป ภายใต้แบรนด์ “CM Milk”

ปัจจุบันสหกรณ์รับซื้อน้ำนมดิบจากฟาร์มเกษตรกรสมาชิกเฉลี่ย 28 ตันต่อวัน แบ่งเป็นประมาณ 17 ตันต่อวัน หรือ 60% นำไปผลิตนมโรงเรียน อีก 5 ตันต่อวันส่งให้ลูกค้าบริษัทเอกชน คือ ซี.พี.เมจิ ตาม MOU ที่ทำไว้ ส่วนที่เหลือนำมาผลิตนมพาณิชย์ ทั้งนมยูเอชทีและนมพาสเจอร์ไรส์ เพื่อจำหน่ายในตลาดทั่วไป

ช่องทางจำหน่ายประกอบด้วยร้านนมสด ตลาดริมปิง ห้างบิ๊กซีภาคเหนือ ห้างท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง

“ตอนนี้ทางคณะกรรมการสหกรณ์ฯ ได้มีนโยบายอยากขยายตลาดในส่วนของนมพาณิชย์ จริง ๆ แล้วตลาดนมพาณิชย์ของเรายังสู้แบรนด์หลัก ๆ ไม่ได้ ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียง ยังมียอดจำหน่ายน้อย แต่ที่ยังเดินต่อไป เพราะมีเครือข่ายสหกรณ์เข้ามาช่วยสนับสนุน” นายเกษมศักดิ์กล่าว

สมาชิก 81 ราย ฟาร์มกว่า 90% ผ่าน GAP

สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2517 จากการรวมตัวของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอสันกำแพง และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อร่วมกันบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจด้านการรวบรวมน้ำนมดิบและแปรรูปผลิตภัณฑ์นม

ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิกที่ส่งน้ำนมดิบ 81 ราย มีแม่โครีดประมาณ 2,000 กว่าตัว รับน้ำนมดิบเฉลี่ย 28 ตันต่อวัน โดยราคารับซื้อเป็นไปตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด

จุดแข็งของสหกรณ์คือฟาร์มโคนมส่วนใหญ่กว่า 90% ผ่านมาตรฐาน GAP ทำให้มั่นใจในคุณภาพของน้ำนมดิบจากฟาร์มสมาชิก

น้ำนมดิบเกิน MOU 7 ตันต่อวัน กดดันสภาพคล่อง

อย่างไรก็ตาม สหกรณ์ยังเผชิญปัญหาน้ำนมดิบเกิน MOU ประมาณ 7 ตันต่อวัน โดยนายเกษมศักดิ์ยอมรับว่านมส่วนนี้ต้องนำมาผลิตนมโรงเรียนเพิ่มและเก็บสต๊อกไว้ เพราะไม่ต้องการให้กระทบต่อเกษตรกรสมาชิกผู้เลี้ยงโคนม

สหกรณ์ยังคงรับซื้อน้ำนมดิบในราคาเดียวกับเกณฑ์มาตรฐานที่รัฐกำหนด เพื่อไม่ให้สมาชิกเดือดร้อน แต่ทำให้ต้องหาเงินสดมาจ่ายค่าน้ำนมดิบส่วนเกิน และเร่งหาช่องทางระบายนมในสต๊อกออกสู่ตลาด

“ตอนนี้สำหรับนมไม่มีที่ไป ส่วนนอกเหนือเอ็มโอยูประมาณ 7 ตันต่อวัน เราก็จะต้องซื้อจากสมาชิก เอาเข้านมโรงเรียนทำสต๊อกไว้ ส่วนราคาให้เท่ากันกับราคาเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด วิธีแก้ตอนนี้ก็พยายามหาเงินมาจ่าย เพราะเราไม่ให้สมาชิกเดือดร้อนเด็ดขาด แล้วพยายามหาตลาดระบายนมในสต๊อกออกให้หมด” นายเกษมศักดิ์กล่าว

นอกจากนมพาสเจอร์ไรส์และนมยูเอชทีแล้ว สหกรณ์ยังมีผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวรสส้ม สับปะรด มะนาว ลิ้นจี่ นมรสหวาน รสจืด ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี่ และไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟจำหน่ายที่ร้านนมหน้าฟาร์มของสหกรณ์

เล็งต่อยอด “ชีส” เพิ่มมูลค่าน้ำนมดิบ

นายเกษมศักดิ์กล่าวถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์ในอนาคตว่า สหกรณ์อยู่ระหว่างทดลองทำชีส โดยกำลังปรึกษาหารือกับกรมปศุสัตว์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์เป็นชีส เนื่องจากเป็นสินค้าที่ช่วยเพิ่มมูลค่าน้ำนมและเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตลาดมีความต้องการสูง

ที่ผ่านมา หน่วยงานกรมปศุสัตว์ในส่วนแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้นำสหกรณ์ไปดูงานการผลิตชีสหลายแห่ง เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์

การเดินหน้าผลิตชีสจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดแรงกดดันจากน้ำนมดิบส่วนเกิน และเพิ่มทางเลือกการตลาดให้กับสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ในระยะต่อไป

กู้ กพส. เสริมสภาพคล่อง-ขอรถบรรทุกน้ำนมดิบปี 2570

นายเกษมศักดิ์ยอมรับว่า ขณะนี้สหกรณ์เริ่มขาดสภาพคล่อง เนื่องจากต้องนำเงินสดไปจ่ายค่าน้ำนมดิบส่วนเกินจาก MOU จึงพยายามหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมาเสริมสภาพคล่อง

ส่วนหนึ่งสหกรณ์ได้กู้เงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ หรือ กพส. เพื่อนำมาจ่ายค่ารวบรวมน้ำนมดิบ และต้องเร่งทำตลาดนมพาณิชย์ เพื่อให้มีเงินมาเสริมสภาพคล่องโดยเร็ว

“เรากู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์มาช่วยหลายโครงการ ทั้งการแปรรูปและรวบรวมน้ำนมดิบ กู้มาแล้ว 10 กว่าล้าน สัญญาระยะ 3 ปี” นายเกษมศักดิ์กล่าว

ในส่วนอุปกรณ์การตลาด สหกรณ์ได้ส่งเรื่องขอรับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ งบประมาณปี 2570 เพื่อซื้อรถบรรทุกน้ำนมดิบ 1 คัน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท มาทดแทนคันเก่า

ปัจจุบันสหกรณ์มีรถบรรทุกน้ำนมดิบอยู่แล้ว 5 คัน และที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์หลายด้าน ทั้งรถ 6 ล้อบรรทุกน้ำนมดิบ รถห้องเย็น และโกดังเก็บสต๊อกนม

นมไทยต้องสร้างดีมานด์ใหม่ ตั้งแต่ชุมชนถึงตลาดพาณิชย์

ภาพรวมทั้งกิจกรรม CSR ของ อ.ส.ค. และการปรับตัวของสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ สะท้อนโจทย์เดียวกันของอุตสาหกรรมนมไทย คือ ต้องสร้างความต้องการบริโภคนมโคสดแท้ 100% ให้เพิ่มขึ้น พร้อมกับสร้างตลาดรองรับน้ำนมดิบของเกษตรกรให้มากขึ้น

ในระดับประเทศ อ.ส.ค. ใช้กิจกรรม “แบ่งฝัน ปันรักกับนมไทย-เดนมาร์ค” เป็นเครื่องมือสร้างสุขภาพที่ดีแก่ชุมชน รณรงค์การบริโภคนม และตอกย้ำบทบาทของนมไทย-เดนมาร์คในฐานะผลิตภัณฑ์นมโคสดแท้ 100%

ในระดับสหกรณ์ “CM Milk” คือความพยายามของสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ในการรักษาฐานนมโรงเรียน เดินหน้าตลาดนมพาณิชย์ รีแบรนด์ให้ทันสมัย และหาทางแปรรูปเพิ่มมูลค่า เพื่อแก้โจทย์น้ำนมดิบส่วนเกินและสภาพคล่อง

โจทย์ต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการผลิตนมให้ได้คุณภาพ แต่ต้องทำให้ผู้บริโภครู้จัก เห็นคุณค่า และเลือกซื้อนมโคสดแท้จากระบบสหกรณ์มากขึ้น เพราะทุกลิตรของนมที่ขายได้เชื่อมโยงกลับไปถึงรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และความมั่นคงของอุตสาหกรรมนมไทยในระยะยาว