บอนด์ยีลด์ 10 ปีพุ่งทะลุ 5.2% ขณะตลาดบอนด์ทั่วโลกเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งทะลุ 5.2% ในวันนี้ ขณะที่ตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกเผชิญแรงกดดันอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน
ณ เวลา 22.10 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 5.261% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.571%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหราชอาณาจักรอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04% สู่ระดับ 5.408% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ซึ่งถือเป็นอัตราอ้างอิงสำหรับตราสารหนี้ในยูโรโซน ทรงตัวที่ระดับ 3.6277%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปี และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ต่างก็ปรับตัวขึ้นมากกว่า 0.01%
นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ หลังการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดกล่าวสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 68.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 57.6% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 55.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือนธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 44.1% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นกว่า 3% ในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุระดับ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 108 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอแบบมีเงื่อนไขของอิหร่านที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และบอกกับผู้ช่วยของเขาว่า เขาคาดว่าสหรัฐจะกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจหลายรายการในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยจะมีกำหนดประกาศในวันพุธ ส่วนตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐ มีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดี ขณะที่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนกันยายน ซึ่งตลาดจับตามองอย่างใกล้ชิด มีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ