เช็กด่วน! ปภ.โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 10,453 ครัวเรือน
'กทม.' ชี้ 3 ถนนสายหลัก กทม. 'ฉลองกรุง-สุวินทวงศ์-ลาดกระบัง' บางจุดยังท่วมสูง ระดับน้ำเจ้าพระยายังวางใจได้ ลงทะเบียนขอรับเยียวยาล่าสุด 56,611 ราย ด้าน 'ปภ.' โอนเงินน้ำท่วมรวม 10,453 ครัวเรือนแล้ว
07 ต.ค.2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปริญญา จันทคุปต์ ผอ.ส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กทม. แถลงศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัยว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมสายหลักของ กทม. โดยช่วงเช้าที่ผ่านมามีฝนกระจายทั่วทุกพื้นที่ของ กทม. ถนนสายหลักที่ยังมีน้ำท่วมสูงและควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ถนนฉลองกรุง ช่วงบริเวณสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถนนสุวินทวงศ์ บริเวณแยกเมืองมีน และถนนลาดกระบัง บริเวณแยกจระเข้น้อย
สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้คาดการณ์น้ำขึ้นสูงสุดในเวลา 17.15 น. ซึ่งระดับน้ำอยู่ที่ 1.88 เมตร จากระดับน้ำทะเลกลาง ซึ่งยังต่ำกว่าคันกั้นน้ำโดยเฉลี่ยของกทม. ที่อยู่ที่เมตรกว่า ๆ จึงยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไว้วางใจได้
นายปริญญา กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่เคหะร่มเกล้าและเคหะลาดกระบัง เนื่องจากวันที่ 6 ต.ค. ยังมีฝนตกในพื้นที่ทำให้ซอยย่อยบางแห่งในพื้นที่ลุ่มต่ำคงมีน้ำขังประมาณ 20 เซนติเมตร กทม.จะระบายน้ำที่ท่วมขังให้ออกโดยเร็ว สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่มีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง และสายไหม โดยพื้นที่มีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง ยังมีฝนตกในพื้นที่ กทม. เร่งสูบระบายน้ำเพื่อควบคุมระดับน้ำในคลองทั่วพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนพื้นที่สายไหม-ออเงิน ได้เร่งเปิดประตูระบายน้ำ โดยรับน้ำจากพื้นที่ จ.ปทุมธานี เพื่อให้ระบายออกได้โดยเร็ว
นายปริญญา กล่าวว่า ส่วนเรื่องการลงทะเบียนเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยมีผู้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ claim.Bangkok.go.th แล้ว 56,611 ราย โดยพื้นที่ที่มีการลงทะเบียนมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือเขตลาดกระบัง บางกะปิ และเขตสายไหม ในส่วนสิ่งที่ขอ 3 ลำดับแรกคือ ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน และค่าเครื่องมือและเครื่องประกอบอาชีพ ทั้งนี้ กทม. ได้เพิ่มจุดบริการช่วยเหลือผู้ลงทะเบียนจากเดิมที่สำนักงานเขต 50 เขต ได้เพิ่มอีก 22 แห่งเป็น 72 แห่ง ได้แก่ ศูนย์นันทนาการ กทม. 7 แห่ง ห้องสมุดประชาชน 10 แห่ง ศูนย์กีฬา 5 แห่ง โดยจุดที่เปิดเพิ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-16.00 น.
นายปริญญา กล่าวด้วยว่า สำหรับคำถามที่มีเข้ามามากเรื่องเอกสารประกอบการลงทะเบียน โดยเอกสารที่เกี่ยวกับ กทม. สำนักงานเขตอำนวยความสะดวกการคัดสำเนาให้ ส่วนเอกสารที่ไม่สามารถนำมายืนยันได้ จะดำเนินการให้ ป.ค. 14 หรือแบบบันทึกถ้อยคำของกรมการปกครอง เป็นหลักฐานประกอบการยื่น
ด้าน นางสาวศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แถลงว่า ปภ. ได้ประสานงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อส่งข้อมูลในการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชน ภายในสัปดาห์นี้ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันที่ 7 ต.ค.เมื่อเวลา ณ 07.50 น. ยอดตัดล่าสุด ปภ.ได้รับข้อมูลจากจังหวัดที่มีการแจ้งข้อมูลเข้ามา และปภ.ได้ส่งให้ธนาคารออมสินเพิ่มเติม จำนวน 9,842 ครัวเรือน แบ่งเป็น จ.สระแก้ว 5,472 ครัวเรือน และ จ.สมุทรปราการ 4,100 ครัวเรือน รวมข้อมูลตั้งแต่วันแรก ทั้งหมด 10,453 ครัวเรือน เป็นเงิน 94,077,000 บาท ซึ่งได้ส่งข้อมูลให้กับธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว โดยกลุ่มผู้ประสบภัยในกลุ่มดังกล่าวจะได้รับเงินเยียวยา ภายในเช้าวันศุกร์ที่ 9 ต.ค.นี้
นางสาวศิริธร กล่าวว่า ส่วนข้อมูลการลงทะเบียนการรับเงินเยียวยาจากประชาชนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐตัวเลข ณ เวลา 07.30 น.เพิ่มเติม โดยกรุงเทพมหานคร มีการลงทะเบียน 552,709 ครัวเรือน, สมุทรปราการ 188,153 ครัวเรือน, ปทุมธานี 161,594 ครัวเรือน, ฉะเชิงเทรา 52,949 ครัวเรือน และนนทบุรี 45,102 ครัวเรือน ซึ่ง ปภ. จะประสานงานไปยังจังหวัดเพื่อให้ส่งตัวเลขข้อมูลมาให้ ก่อนส่งไปให้ธนาคารออมสิน
ขณะที่กรณีบ้านเช่า ที่ต้องกรอกรหัสบ้าน ซึ่งจะ เป็นรหัสตามทะเบียนบ้านที่อยู่ ในกรณีนี้สำหรับผู้เช่าบ้าน ที่ไม่ทราบรหัสบ้าน ผู้เช่าสามารถสามารถกรอกเลขที่บ้านเช่าได้ แต่กรณีที่เป็นบ้านหลังใหญ่มีหนึ่งบ้านเลขที่ และมีการซอยย่อยเป็นหลายห้อง ในลักษณะของห้องเช่า ซึ่งหากมีการตรวจสอบแล้วและพบว่าสภาพความเป็นจริงประจักษ์ว่าเป็นการแบ่งให้เช่า เป็นห้องเช่า และมีผู้อยู่อาศัยจริง ผู้เช่าก็จะได้รับการช่วยเหลือตามมติ ครม.ตามวงเงิน 9,000 บาท และ 5,000 บาท ลักษณะของน้ำท่วมและน้ำล้อม ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรุงเทพมหานคร ที่จะเข้าไปสำรวจตรวจสอบ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่า สาเหตุที่ ปภ.โอนเงินแล้ว แต่ประชาชนต้องรอถึงเช้าวันศุกร์ ถึงจะได้รับเงินเยียวยา นางสาวศิริธร กล่าวว่า เนื่องจากธนาคารออมสินต้องตรวจสอบความเคลื่อนไหวบัญชี เพราะเจ้าของบัญชีบางเลขที่แจ้งเข้ามาไม่มีการผูกกับเลข 13 หลักบัตรประจำตัวประชาชนกับพร้อมเพย์ และบางบัญชีก็ไม่มีความเคลื่อนไหว ทำให้เราต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไปผูกพร้อมเพย์ และตรวจสอบความเคลื่อนไหวบัญชี ไม่เช่นนั้นธนาคารก็ไม่สามารถโอนเงินเข้าสู่บัญชีปลายทางได้