มะพร้าวราคาตก “พาณิชย์” เร่งซื้อ 10 ล้านลูก หนุนสูงสุดผลละ 4 บาท

กรมการค้าภายในเร่งเดินหน้าโครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 หลังราคาปรับลดลง จัดสรรงบให้พาณิชย์จังหวัดร่วม คจก.เร่งเปิดจุดรับซื้อ เป้าหมายดูดซับ 10 ล้านผล สนับสนุนค่าบริหารจัดการไม่เกินผลละ 4 บาท ภายใต้ราคาเป้าหมายผลใหญ่ไม่เกิน 10 บาท พร้อมนำมะพร้าวตกค้างแปรรูปเป็นเนื้อมะพร้าวแห้งอีก 500 ตัน ครอบคลุม 8 จังหวัด ใช้วงเงินรวม 46.6075 ล้านบาท คาดประจวบคีรีขันธ์เริ่มพิจารณาโครงการเป็นจังหวัดแรก 20 สิงหาคมนี้

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้เดินหน้า “โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569” โดยจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเร่งดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร (คจก.) ในพื้นที่ เพื่อพิจารณาจุดรับซื้อและเร่งรับซื้อมะพร้าวผลแก่ เป้าหมายดูดซับ 10 ล้านผล เพื่อลดปริมาณผลผลิตที่ตกค้างในระบบและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาปรับตัวลดลง

“ขณะนี้ได้แจ้งการจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดทราบแล้ว จึงขอให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและ คจก. เร่งดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้การรับซื้อเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด กระจายจุดรับซื้อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีปัญหา และให้ความช่วยเหลือถึงมือเกษตรกรอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม” นายวิทยากรกล่าว

เบื้องต้นคาดว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะสามารถประชุมพิจารณาดำเนินโครงการเป็นจังหวัดแรกในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ก่อนที่จังหวัดอื่นจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอน โดยกรมการค้าภายในจะกำกับติดตามให้การรับซื้อเป็นไปตามเป้าหมายและสอดคล้องกับสถานการณ์ผลผลิตในแต่ละพื้นที่

โครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบให้ใช้เงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) วงเงิน 46.6075 ล้านบาท เพื่อเพิ่มช่องทางตลาด เชื่อมโยงการซื้อขาย ลดปริมาณมะพร้าวผลแก่ส่วนเกินและผลผลิตตกค้างในระบบ รวมถึงช่วยรักษาเสถียรภาพราคาและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

สำหรับมะพร้าวผลแก่ที่เกษตรกรนำเข้าสู่ตลาด จะได้รับการสนับสนุนค่าบริหารจัดการไม่เกินผลละ 4 บาท โดยเมื่อรวมกับราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้แล้ว ต้องไม่เกินราคาเป้าหมายนำที่กำหนดสำหรับมะพร้าวผลแก่ขนาดใหญ่ ผลละ 10 บาท กำหนดเป้าหมายดูดซับ 10 ล้านผล ใช้งบประมาณ 40 ล้านบาท

ส่วนมะพร้าวผลแก่ที่ตกค้างเป็นเวลานานจนเริ่มงอก หรือมีคุณภาพไม่เหมาะสมสำหรับจำหน่ายเป็นมะพร้าวผล จะสนับสนุนให้นำไปแปรรูปเป็นเนื้อมะพร้าวแห้ง เพื่อลดการสูญเสียและนำผลผลิตกลับเข้าสู่ระบบการค้า

กรมการค้าภายในจะสนับสนุนค่าบริหารจัดการแก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวและผู้รวบรวมที่จำหน่ายเนื้อมะพร้าวแห้ง ไม่เกินกิโลกรัมละ 5 บาท ภายใต้ราคาเป้าหมายกิโลกรัมละ 20 บาท กำหนดเป้าหมาย 500 ตัน ใช้งบประมาณ 2.50 ล้านบาท

นายวิทยากรกล่าวว่า โครงการครอบคลุม 8 จังหวัดแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สมุทรสงคราม นราธิวาส ปัตตานี และชลบุรี ซึ่งมีผลผลิตรวมกันประมาณ 92% ของประเทศ

กลุ่มเป้าหมายสำหรับการจำหน่ายมะพร้าวผลแก่ คือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวผลแก่ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรและมีผลผลิตอยู่ในพื้นที่โครงการ ขณะที่การแปรรูปเป็นเนื้อมะพร้าวแห้งครอบคลุมเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวผลแก่หรือผู้รวบรวมที่มีผลผลิตตกค้างอยู่ในครอบครอง

ระยะเวลารับซื้อกำหนดตั้งแต่ได้รับอนุมัติจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ส่วนระยะเวลาโครงการอยู่ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม-31 ธันวาคม 2569 โดยกรมการค้าภายในจะติดตามให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และไม่เกินกรอบปริมาณเป้าหมาย

นายวิทยากรกล่าวถึงที่มาของงบประมาณว่า ระยะแรกกรมการค้าภายในเสนอขอใช้งบประมาณรายจ่ายกลาง แต่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการขอรับการจัดสรร ซึ่งอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงมีข้อสั่งการให้เปลี่ยนมาใช้เงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร หรือ คชก. เพื่อให้สามารถเร่งมาตรการรับซื้อและช่วยเหลือเกษตรกรได้เร็วขึ้น

“กรมฯ ต้องการให้มาตรการนี้ลงไปถึงพื้นที่โดยเร็วที่สุด เพราะเป้าหมายสำคัญคือการลดผลผลิตที่ตกค้างอยู่ในระบบ ไม่ให้กดดันราคามะพร้าวต่อเนื่อง โดยจะใช้ทั้งการรับซื้อผลแก่เข้าสู่ตลาด และการนำผลผลิตที่ไม่สามารถขายเป็นผลสดมาแปรรูปเป็นเนื้อมะพร้าวแห้ง เพื่อเพิ่มช่องทางระบายผลผลิตและช่วยบรรเทาผลกระทบด้านรายได้ของเกษตรกร” นายวิทยากรกล่าว

ทั้งนี้ ก่อนหน้าโครงการดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในได้ประสานโรงงานและล้งให้เข้ารับซื้อมะพร้าวแกงจากเกษตรกรใน 4 จังหวัดแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี สามารถระบายผลผลิตคงค้างได้แล้วกว่า 11 ล้านผล สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ประมาณ 10 ล้านผล

โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 จะเข้ามาเสริมการช่วยเหลือเพิ่มเติม ทั้งการรับซื้อผลผลิตเข้าสู่ตลาดและการนำผลผลิตตกค้างไปแปรรูป เพื่อเพิ่มช่องทางระบายผลผลิตในระบบ