ปชน. จี้ 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' ตั้งเงื่อนไขทำ 'อีไอเอ' โครงการใหญ่ใช้ไฟเกิน 10 เมกะวัตต์

'กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ' เรียกร้อง 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' เร่งกำหนดทำอีไอเอให้ชัด ขนาดใหญ่ใช้ไฟเกิน 10 เมกะวัตต์ ก่อนมีบริษัทปล่อยผีฉวยโอกาสช่วงสูญญากาศ หวั่น กระทบคนพื้นที่

17 กันยายน 2569 - ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ แถลงถึงขอกังวลในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ว่า หลังจากได้รับฟังรายงานความคืบหน้าของหน่วยงานของดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้กังวลว่าจะมีการปล่อยผ่านไม่ให้ทำ EIA โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้มีการแบ่งขนาดให้ชัดเจน คือขนาด S,M,L โดยขนาดไซส์ M และ L ที่มีการใช้ไฟเกินขนาด 10 เมกะวัตต์ ต้องทำ EIA เพราะถือว่าได้รับผลกระทบแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่มีผลกระทบต่อประชาชนอย่างชัดเจน ทั้งนี้การอาศัยช่องโหว่ช่องว่างสูญญากาศตอนนี้ในการเดินหน้าเต็มกำลังนั่นเราก็ยิ่งมีความกังวลมากขึ้นไปอีก ดังนั้นการแก้ปัญหาเราคือเรียกร้องให้มีการกำหนดเงื่อนไขการทำ EIA กับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ให้ชัดเจน

นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า ความคืบหน้าที่ชัดเจน คือเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการจัดตั้งบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ และมีการประชุมเป็นครั้งแรก จากนั้นมีการแบ่งย่อยเป็นอนุฯ 4 กลุ่ม แต่วันนี้เราได้เรียกหน่วยงานเข้ามาคุยซึ่งเข้าใจว่าครอบคลุมทั้ง 4 แล้วแต่ปรากฏว่าแต่ละฝ่ายยังงงๆ เรียกว่ายังไม่มีการประสานงานกันว่าข้อมูลเป็นอย่างไร แล้วใครควรจะรับผิดชอบตรงไหน และทุกคนก็เหมือนจะฝากความหวังไว้กับคณะใหญ่ ดังนั้นขอแจ้งว่าในเชิงการทำงานนี่ยังไม่นับระบวนการแบบเป็นทางการที่เพิ่งจะมีการออกประกาศให้อำนาจบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ดังนั้นที่เราเห็นเป็นข่าวทุกวันแต่ไม่ได้รับการกำกับดูแลสักทีถือว่าว่าช้าเกินไปในการดำเนินการ และยิ่งมาเห็นข้อมูลว่าจะมีการปล่อยผ่าน EIA ยิ่งกังวลใจจึงต้องมาทักท้วงไว้ก่อน อีกทั้งปัญหาคือเราไม่มีข้อมูลประเภทของดาต้าเซ็นเตอร์ที่จะมาลงทุนทั้งหมดเกิน 1 ล้านล้านแห่งไปแล้ว และ 65 แห่งที่มีนั้นเป็นประเภทไหนบ้าง รู้แค่ว่าสิ่งที่เราอยากคาดหวังให้เกิดนั้นคือประเภทที่มีประโยชน์เอาไปเทรน AI ซึ่งเราไม่เห็น

นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า เฉพาะช่วงนี้จะเห็นว่าทุกบริษัทจะเร่งรัดปล่อยผีในช่วงสูญญากาศทุกคนจะเล่นก่อสร้างกันเพราะยังไม่มีการกำกับดูแลที่ชัดเจนดังนั้นที่ที่ก่อสร้างอยู่ก็จะยิ่งเร่งก่อสร้างแล้วก็จะเกิดผลกระทบทั้งเสียง ขยะ กลิ่น ดังนั้นยิ่งปล่อยช้าก็ยิ่งส่งผลกระทบที่รุนแรงขึ้นได้

ด้าน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวว่า ในส่วนของปัญหาดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ นั้น มีการชี้แจงข้อมูล ซึ่งก็เป็นแบบเดียวกันที่มีกฎหมายผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร และการทำ EIA โดยกฎหมายควบคุมตนคิดว่าควรดำเนินการแบบเดียวกันโดยมีการจัดขนาดดาต้าเซ็นเตอร์ โดยกฎหมายควบคุมอาคารอาจอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงเทพมหานครซึ่งตนเข้าใจว่าวันนี้ ยังรอบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เคาะอย่างเดียว ให้มีการแบ่งแยกนิยาม แบ่งแยกขนาด

นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่อง EIA อาจจะนอกเหนืออำนาจของกทม. แต่ถ้าไม่ทำเลยจะกระทบสิทธิ์ของคนกรุงเทพฯ ดังนั้นต้องฝากนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งวันนี้เงียบมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนที่มีการมองว่าผังเมืองกทม. มีการทำไปเยอะแล้วนั้น ตนขอย้ำว่าช่วงนี้เป็นจังหวะที่ถือว่าโชคดีมากๆ เพราะเป็นจังหวะสุดท้ายที่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างผังเมืองได้ ก่อนจะจบในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งตนเคยให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้วแต่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยน จนต้องเข้าไปให้ความเห็นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามตนมองว่าวันนี้ไม่ใช่แค่ประกาศเรื่องผังเมืองเท่านั้นแต่จะต้องมีการจัดทำโซนนิ่ง ที่เหมาะสมในการตั้ง Data Center