ครบรอบ 1 ปี ข้อตกลงหยุดยิง GBC ไทย-กัมพูชา: เช็กความคืบหน้ามาตรการทหาร-ตัวเลขการค้าชายแดน
ครบรอบ 1 ปี ข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ GBC ไทย-กัมพูชา: เช็กความคืบหน้ามาตรการทหาร-ส่องตัวเลขการค้าชายแดน ปี 2568
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ถือเป็นวันครบรอบ 1 ปีเต็มของการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 โดยมีผู้แทนระดับสูงฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาร่วมลงนามเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งบริเวณแนวชายแดน ในรอบ 365 วันที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหม กองทัพไทย และกระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการทั้งในมิติความมั่นคงทางทหารและมิติการค้าชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม
ความคืบหน้ามาตรการทางทหาร และการรักษาความสงบเรียบร้อยชายแดน
ตามบันทึกผลการประชุม GBC ไทย-กัมพูชา กรอบความร่วมมือ 13 ข้อได้กำหนดแนวทางปฏิบัติทางทหารเพื่อลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยมีรายละเอียดความคืบหน้าสำคัญในรอบปี ดังนี้:
การคงกำลังและการผลักดันการรุกล้ำอธิปไตย
การปฏิบัติตามข้อตกลงข้อที่ 1 และ 2 กำหนดให้หยุดการใช้อาวุธทุกประเภท และรักษาสถานะการวางกำลัง ณ ที่ตั้งเดิมโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือลาดตระเวนล้ำเข้าไปในเขตของอีกฝ่าย ทางกองกำลังชายแดนของไทย (เช่น กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2) ได้ใช้มาตรการตรึงกำลังในจุดยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งผลักดันกลุ่มบุคคลที่รุกล้ำแนวชายแดนให้ออกจากพื้นที่อธิปไตยของไทยตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศและแนวทางปฏิบัติตามระดับการเตือนภัย
โครงการเสริมความมั่นคงและกั้นแนวรั้วชายแดน
เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายและการจัดตั้งกำลังในพื้นที่ทับซ้อน หน่วยทหารช่างและฝ่ายความมั่นคงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างแนวรั้วความมั่นคงและติดตั้งระบบเฝ้าระวังทางเทคโนโลยีในพื้นที่เสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างแนวเขตที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ
กลไกการประสานงานทวิภาคี
กองทัพสองประเทศได้ใช้กลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ในระดับกองทัพภาคเพื่อสื่อสารและแก้ไขข้อขัดแย้งเฉพาะหน้า ลดโอกาสการกระทบกระทั่งด้วยอาวุธ และเปิดช่องทางการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในระดับผู้บังคับบัญชาพื้นที่
สถานะจุดผ่านแดนและตัวเลขการค้าชายแดน ไทย-กัมพูชา
ในมิติความมั่นคงบริเวณชายแดนส่งผลโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการขนส่งสินค้าข้ามแดน โดยกระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าต่างประเทศได้บันทึกสถิติและสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำปี 2568 ไว้ดังนี้
มาตรการเปิด-ปิดด่านศุลกากรชายแดน
จุดผ่านแดนถาวร: ด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว, ด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด, ด่านศุลกากรจันทบุรี และด่านศุลกากรช่องจอม จ.สุรินทร์ ยังคงเป็นช่องทางหลักทางเศรษฐกิจ โดยการเปิด-ปิดด่านขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ความมั่นคงของฝ่ายปกครองและกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในแต่ละพื้นที่
การเข้มงวดจุดผ่อนปรน: มีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองสินค้าและบุคคลบริเวณจุดผ่อนปรนการค้าเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย
ตัวเลขการค้าและโครงสร้างการส่งออก ปี 2568
จากฐานข้อมูลกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สรุปตัวเลขการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดปี 2568 ดังนี้
| รายการสถิติการค้าชายแดน ไทย-กัมพูชา | มูลค่า (ล้านบาท) | การเปลี่ยนแปลงเทียบกับปีก่อน |
| มูลค่าการค้าชายแดนรวม | 92,037 | -47.3% |
หมวดสินค้าส่งออกชายแดนสำคัญของไทยไปกัมพูชา (ปี 2568)
- น้ำมันดีเซล: มูลค่า 36,155 ล้านบาท
- น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ: มูลค่า 15,932 ล้านบาท
- สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอื่น ๆ เช่น นมผงสำหรับเด็ก, กากถั่วเหลือง, บุหรี่: มูลค่า 13,750 ล้านบาท
ข้อมูลจาก กรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ในปี 2568 การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เผชิญความท้าทายอย่างยิ่ง จากสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ต้องปิดจุดผ่านแดน และการค้าหดตัวอย่างมาก รวมถึงด้านเมียนมาจากความไม่สงบในประเทศและการออกมาตรการเข้มงวดควบคุมการนำเข้าสินค้าจากชายแดนไทยเข้าเมียนมา ทำให้การค้าชายแดนชะลอตัวตลอดช่วงครึ่งปีหลัง
อย่างไรก็ตาม การค้าผ่านแดนในปีนี้ขยายตัวสูงมากถึง 24.4% มีมูลค่ารวมกว่า 1.04 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลทำให้การค้าชายแดนและผ่านแดนโดยรวมยังขยายตัวได้ดี 6.7% มูลค่าการค้ารวมมากกว่า 1.93 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาหลังการลงนามข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชาเน้นการควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ผ่านกลไกทวิภาคีเพื่อยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการจุดผ่านแดนโดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงแห่งชาติเป็นหลัก ขณะที่กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามตัวเลขการค้าชายแดนอย่างใกล้ชิดเพื่อรองรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต