ไทยรับ 1.5 หมื่นคนร่วมเวที IMF-ธนาคารโลก คาดเงินสะพัด 2,250 ล. รัฐเดินหน้าค่าเหยียบแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงข่าวกรณีการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำต่างประเทศ ในช่วงการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 190 ประเทศ 15,000 คน สื่ออีกกว่า 1,000 คน
นอกเหนือจากการประชุม จะมีการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำต่างประเทศ คือ นายกี ปาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส และภริยา เดินทางเยือนในฐานะแขกของรัฐบาล โดยมีคณะนักธุรกิจร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งจะถือว่าเป็นการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดีสวิสในรอบ 22 ปี และถือเป็นการเดินทางเยือนในโอกาสครบรอบ 95 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ในปีนี้
ทั้งนี้ สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศหุ้นส่วนที่สำคัญของไทย เป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยในยุโรป และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ในกลุ่มสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรปหรือเอฟต้า และเป็นนักลงทุนที่สำคัญ โดยปัจจุบันมีบริษัทสวิสที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมากกว่า 150 บริษัท ขณะเดียวกันมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดในระดับประชาชน โดยมีชุมชนคนไทยที่อาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์จำนวนประมาณ 36,000 คน
นอกจากนี้ จะมีนายทาร์มัน ซันมูการัตนัม ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสิงคโปร์ จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะให้การต้อนรับที่ทำเนียบรัฐบาล และประธานาธิบดีสิงคโปร์มีกำหนดเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ พระที่นั่งอัมพรสถานด้วย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 2569 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ต้อนรับผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเงินจากทั่วโลก เปรียบเสมือนการยกสำนักงานใหญ่ IMF และ World Bank จากกรุงวอชิงตัน ดีซี มายังประเทศไทย โดยรัฐบาลเตรียมความพร้อมทั้งสถานที่ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีดิจิทัล และการต้อนรับตามอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย เพื่อสร้างความประทับใจและแสดงศักยภาพของประเทศบนเวทีโลก
นายเอกนิติกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยทันทีประมาณ 1,050–2,250 ล้านบาท จากผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน ซึ่งพำนักเฉลี่ย 7–10 วัน และใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000–15,000 บาทต่อคนต่อวัน ครอบคลุมภาคท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และสินค้าชุมชน พร้อมใช้เวทีนี้ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยนำเสนอศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และสิทธิประโยชน์การลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภายในงานยังนำเสนอ Soft Power ไทย ผ่านผ้าไทย 40 ลาย จาก 21 จังหวัด 28 ชุมชน การจัดแสดงประติมากรรม “Impact Piece Sculpture” ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นและความยั่งยืน รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มจากสินค้า GI ไทย ตลอดจนเมนูพิเศษ เช่น กาแฟ “AM Brew” และ “ชาไทย by QSNCC”
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมเต็มรูปแบบในทุกมิตินี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี ในการต้อนรับผู้แทนจาก 191 ประเทศทั่วโลก เพื่อให้การประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings เป็นเวทีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงวิสัยทัศน์ นวัตกรรม โอกาสการลงทุนใหม่ๆ และความร่วมมือระหว่างประเทศเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือค่าเหยียบแผ่นดินว่า เรื่องดังกล่าวผ่านการหารือในคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติมาแล้ว โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนออัตราจัดเก็บ 450 บาทต่อคน ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดให้รอบด้าน ทั้งหลักเกณฑ์การจัดเก็บ การเบิกจ่าย และวัตถุประสงค์การใช้เงิน โดยทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอน
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเทศกาลกินเจ 2569 นี้ ในระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม ททท.คาดการณ์ว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวภายในประเทศไทย 10 จังหวัดสำคัญ ยังคงมีการเดินทางท่องเที่ยวอย่างคึกคัก โดย ททท.คาดว่าเทศกาลกินเจ 2569 จะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยกว่า 1.32 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 10,140 ล้านบาท แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 6,710 ล้านบาท และ 9 จังหวัดภาคใต้รวม 3,430 ล้านบาท โดยเฉพาะภูเก็ตที่คาดว่าจะสร้างรายได้ถึง 1,430 ล้านบาท