บอร์ด รฟท.เคาะรถไฟทางคู่สายใต้ 1.22 แสนล้าน ปรับแบบป้องกันน้ำท่วม ลุ้นเข้า ครม.ปลาย ส.ค.

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท. ครั้งที่ 11/2569 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการหลัก ได้แก่ ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา และช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ กรอบวงเงินรวม 122,720.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,254.80 ล้านบาท จากกรอบเดิม 104,465.94 ล้านบาท
นายอนันต์ กล่าวว่า การปรับกรอบวงเงินดังกล่าวเป็นผลจากการทบทวนรายละเอียดโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรองรับปัญหาอุทกภัย หลังเกิดน้ำท่วมภาคใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 รวมถึงการปรับราคาค่าก่อสร้างตามต้นทุนวัสดุและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดโครงการ ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี วงเงินเพิ่มจาก 30,422.53 ล้านบาท เป็น 36,892.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,469.79 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 5 ปี ก่อสร้างประมาณ 60 เดือน ขณะที่ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา วงเงินเพิ่มจาก 66,270.51 ล้านบาท เป็น 77,456.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,186.46 ล้านบาท โดยจะแบ่งดำเนินการช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ก่อน วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 8 ปี ก่อสร้างประมาณ 72 เดือน ส่วนช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา วงเงิน 15,922.42 ล้านบาท จะพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป เนื่องจากพื้นที่มีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น และมีระบบขนส่งรูปแบบอื่นรองรับอยู่แล้ว ส่วนช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงินเพิ่มจาก 7,772.90 ล้านบาท เป็น 8,371.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 598.55 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 6 ปี และก่อสร้างประมาณ 48 เดือน
นายอนันต์ กล่าวว่า จุดสำคัญของการปรับแบบอยู่ที่พื้นที่หาดใหญ่ ซึ่ง รฟท.จะปรับโครงสร้างทางรถไฟจากระดับดินเป็นสะพานบกระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และคันดินประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยจะเร่งสรุปเสนอให้กระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์นี้ และคาดว่าจะเสนอ ครม.ได้เร็วที่สุดช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ทั้งนี้ โครงการทั้ง 3 เส้นทางผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแล้ว โดยในขั้นตอนเสนอ ครม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สามารถให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับรายละเอียดและกรอบวงเงินได้ ซึ่ง รฟท.จะชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นต่อไป หาก ครม.เห็นชอบ จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) เบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งงานก่อสร้างโยธาเป็น 4 สัญญา ได้แก่ ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี 1 สัญญา ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ 2 สัญญา และช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ 1 สัญญา
นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานีได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 และช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ส่วนช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ได้รับความเห็นชอบตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2561 ซึ่งปัจจุบันมีอายุเกิน 5 ปีแล้ว โดย รฟท.ได้เสนอทบทวนมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) แล้ว ขณะที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เตรียมใช้โครงการช่วงหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์เป็นโครงการนำร่อง เพื่อกำหนดแนวทางกรณี EIA มีอายุเกิน 5 ปี ทั้งนี้ ตลอดแนวเส้นทางรถไฟทางคู่สายใต้ทั้ง 3 โครงการ คาดว่าจะมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบและต้องรื้อย้ายประมาณ 300 ชุมชน