ฟิลิปปินส์ไฟเขียวงบ 1,000 ล้านดอลลาร์ เปิดตัวแผน EVIS ดันประเทศสู่ฮับรถไฟฟ้าอาเซียน
ตลาดรถ EV ร้อนแรงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด ฟิลิปปินส์ ประกาศโครงการอุดหนุนรถ EV มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ มีเป้าหมายดึงการลงทุนขนาดใหญ่ และ ผลักดันให้ประเทศขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ EV ในภูมิภาค
ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ได้ลงนามในกฤษฎีกาจัดตั้งกรอบนโยบายที่มีชื่อว่า Electric Vehicle Incentive Strategy (EVIS) เพื่อขยายมาตรการจากปี 2022 ที่ลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ให้กับรถ EV และ ชิ้นส่วนหลัก เพื่อกระตุ้นการใช้รถไฟฟ้า และ สร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเข้ามาลงทุนมากขึ้น
สำหรับรายละเอียดหลักของโครงการนั้น รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแบบร่วมจ่าย (co-funding) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านทุน การวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการอบรมแรงงาน และยังแบ่งอัตราการสนับสนุนตามประเภทยานพาหนะ โดยให้ สูงสุด 40% สำหรับรถแบตเตอรี่ไฟฟ้าล้วน (BEV) และ 30% สำหรับไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และรถเซลล์เชื้อเพลิง เพื่อให้เป็นแรงจูงใจต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค
แม้ว่าจะมีสิทธิประโยชน์สูงแต่โครงการก็กำหนดข้อจำกัดอย่างเข้มงวด โดยการสนับสนุนสูงสุดต่อรุ่นรถอยู่ที่ 15,000 ล้านเปโซ และแต่ละผู้ผลิตสามารถจดทะเบียนรับสิทธิ์ได้ไม่เกินสองรุ่น ขณะเดียวกัน รูปแบบการให้การสนับสนุนจะมาในรูปเครดิตภาษีซึ่งบริษัทสามารถนำไปหักภาษีเงินได้ ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และอากรนำเข้าได้ ทำให้โครงการมีความคุ้มค่าแต่ยังมีความจำกัดของรุ่นรถอยู่
นอกจากนี้ เพื่อให้มีสิทธิ์เข้าร่วม ผู้ผลิตต้องเลือกเงื่อนไขการรับสิทธิ์โดยขั้นต่ำคือการลงทุนอย่างน้อย 5,000 ล้านเปโซ หรือมียอดการผลิตขั้นต่ำ 10,000 คัน ดังนั้น รัฐบาลระบุว่าโครงการจะให้การสนับสนุนแบบมีระยะเวลาจำกัด มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและความโปร่งใส เพื่อกระตุ้นการลงทุนเชิงกลยุทธ์และหลีกเลี่ยงการใช้สิทธิประโยชน์โดยไม่เกิดประโยชน์จริง
ในบริบทระดับภูมิภาค การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันของตลาดรถยนต์ EV ของประเทศในอาเซียน ซึ่งประเทศอย่างไทยและ อินโดนีเซีย ได้ใช้มาตรการภาษีและข้อกำหนดการผลิตภายในประเทศ รวมทั้งการใช้ทรัพยากรที่มีดึงดูดผู้ผลิต EV รายใหญ่
ขณะที่ฟิลิปปินส์ถึงแม้ตลาด EV จะยังเล็กเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยอดขายเริ่มโตอย่างรวดเร็ว หลังจากมีแบรนด์ต่างชาติขยายตัวเข้ามาต่อเนื่อง
ด้าน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฟิลิปปินส์ กล่าวต่อว่า นับเป็นก้าวสำคัญที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ EV และเสริมความเข้มแข็งให้กับการผลิตภายในประเทศ โดยก่อนหน้านี้มิตซูบิชิได้ประกาศแผนลงทุน 7,000 ล้านเปโซเพื่อผลิตรถไฮบริดรุ่นใหม่ที่โรงงานในลากูนาซึ่งตั้งเป้าจะเริ่มผลิตกลางปี 2028
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองเห็นทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยให้ความเห็นว่าแม้โครงการ EVIS จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม EV แต่ก็ยังต้องมีมาตรการเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานและแรงจูงใจระยะยาวเข้ามาเสริมเพิ่มเติม จึงจะทำให้การลงทุนเกิดผลจริงและยั่งยืนในอนาคต
ภาพ:aquatarkus/shutterstock
อ้างอิง: