ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 0.8% ตลาดจับตาผลประกอบการแบงก์ใหญ่สัปดาห์หน้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (9 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์หน้า รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อที่อาจส่งผลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,654.95 จุด เพิ่มขึ้น 423.31 จุด หรือ +0.83%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,811.54 จุด เพิ่มขึ้น 46.18 จุด หรือ +0.59%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 27,366.17 จุด เพิ่มขึ้น 172.83 จุด หรือ +0.64%

ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตัวปรับตัวขึ้นในวันศุกร์และบวกขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ โดยนักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ตลาดหุ้นยังคงผันผวนตามการเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นเกี่ยวกับอิหร่าน รวมถึงข่าวจากทำเนียบขาวและฝ่ายต่าง ๆ ในตะวันออกกลางที่มีเนื้อหาขัดแย้งกัน โดยการปรับขึ้นของตลาดในช่วงนี้ยังไม่แข็งแกร่งมากนัก

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในช่วงแรก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม และการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อยุติสงครามเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ส่งมอบเดือนใกล้ปิดบวก 0.4%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 24 ปีที่ทำไว้เมื่อวันพุธ (7 ต.ค.)

ในสัปดาห์หน้า นักลงทุนจะจับตาผลประกอบการไตรมาส 3 ของธนาคารรายใหญ่หลายแห่ง ได้แก่ Wells Fargo, Goldman Sachs, Citigroup, JPMorgan Chase, Bank of America และ Morgan Stanley

นักวิเคราะห์จาก LSEG คาดการณ์ว่า บริษัทในดัชนี S&P500 จะมีกำไรรวมในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มพลังงานคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 123% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 66.5%

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ แย่ลงในเดือนต.ค. โดยดัชนีคาดการณ์ในระยะใกล้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ การใช้จ่ายของผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วนราว 70% ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนี S&P500 มีเพียงกลุ่มบริการสื่อสารที่ปรับตัวลงเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยกองทุน Roundhill Magnificent Seven ETF เพิ่มขึ้น 1% ขณะที่ตลาดหุ้นขาขึ้นซึ่งมีหุ้น AI เป็นแรงขับเคลื่อนกำลังเข้าใกล้วันครบรอบ 4 ปี

นักวิเคราะห์กล่าวว่า หุ้นชิปเป็นประเด็นสำคัญของตลาดในปีนี้ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นเป็นแนวโน้มระยะยาวหลายทศวรรษ ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

ด้าน SpaceX บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อพอร์ตโฟลิโอคลื่นความถี่ต่ำที่ครอบคลุมทั่วสหรัฐฯ ซึ่งอาจเพิ่มการแข่งขันกับผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายในประเทศ ส่งผลให้หุ้น T-Mobile, AT&T และ Verizon ร่วงลงระหว่าง 8.8% ถึง 13.3%

หุ้น Humana พุ่งขึ้น 11.6% หลังข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า สมาชิก 95% ของแผนประกันสุขภาพ Medicare Advantage ของบริษัทได้รับการจัดอันดับ 4 ดาวขึ้นไปสำหรับปี 2570

ส่วนหุ้น Apple ลดลง 1.1% หลังมีรายงานว่า บริษัทขอให้ซัพพลายเออร์บางรายลดการผลิตชิ้นส่วนสำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max รุ่นใหม่ เนื่องจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นและการปรับขึ้นราคาสินค้าอาจส่งผลให้ความต้องการซื้อของผู้บริโภคลดลง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช