กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI และบริการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ของประเทศไทย ผสานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มั่นคง เข้ากับขีดความสามารถ AI ระดับองค์กร และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหนุนไทยสู่ผู้นำเศรษฐกิจ AI ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บริษัท กัลฟ์ เอดจ์ จำกัด (กัลฟ์ เอดจ์) ผู้ดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในเครือบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) และค็อกนิแซนท์ (Nasdaq: CTSH) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและบริการ และผู้เชี่ยวชาญการพัฒนา AI (AI Builder) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อเร่งการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ทั่วประเทศไทย และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ (AI-native economy)
ถ้าลองย้อนมองตัวเลขในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินที่องค์กรทั่วโลกทุ่มให้กับ AI พุ่งกระฉูดจาก ด้าน Google เองก็ต้องประมวลผล AI สูงถึง 1.3 ล้านล้าน token ต่อเดือน หรือเติบโตขึ้นกว่า 130 เท่าภายในปีเดียว
ตัวเลขที่เติบโตอย่างมหาศาลนี้กำลังบอกเราว่า ทุกองค์กรเริ่มก้าวพ้นยุคลองผิดลองถูกเข้าสู่ยุคการใช้งาน AI จริงจังในวงกว้างแล้ว แต่นั่นก็มาพร้อมกับความท้าทายใหม่ที่ใหญ่ไม่แพ้กัน นั่นคือ เรื่องของต้นทุน
และนี่คือประเด็นสำคัญที่ สรุจ ทิพเสนา Country Manager คนใหม่ของ Google Cloud ประเทศไทย หยิบมาย้ำบนเวที Leaders' Connect 2026 ว่า วันนี้องค์กรไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากแนวคิด Cloud First ไปสู่ AI Ready ซึ่งหัวใจของยุคนี้ไม่ได้วัดกันที่ใครมี AI ฉลาดกว่ากัน แต่วัดกันที่ใครสามารถใช้งาน AI ได้จริง ควบคุมต้นทุนได้แม่นยำ และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม
ปัญหานี้ผลักดันให้ SME ไทยจำนวนหนึ่งรวมตัวกัน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยหันมาสร้างแพลตฟอร์มของตัวเองพร้อมกันหลายเจ้า กระแสนี้ยิ่งชัดขึ้นเมื่อ Thaimart ประกาศเปิดตัวพร้อมแคมเปญค่า GP 0% กลายเป็นแรงจุดประกายให้แพลตฟอร์มไทยเจ้าอื่นถูกพูดถึงมากขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน
Epic Games ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วว่าเกมแจกฟรีประจำสัปดาห์นี้เป็นเกมสุดดาร์กแนวจัดสำหรับการ์ดที่เราจะต้องเอาตัวรอดท่ามกลางบรรยากาศสุดสิ้นหวังในฐานะผู้กอบกู้โลกเพียงหนึ่งเดียว โดยจะดาวน์โหลดได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันนี้ – 30 กรกฎาคม เวลา 22:00 น. เท่านั้น ผ่าน Epic Games Store ทั้งบน PC และมือถือ ครับ ว่าแล้วอย่ารอช้ามาทำความรู้จักกับเกมนี้เลยดีกว่า
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เราคาดเดาไม่ได้จากทั้งเรื่องสงครามและการถ่ายโอนสายพานการผลิตไปเพื่อให้กับตลาด AI จนหน่วยความจำมาตรฐานเดิมที่ใช้เพื่อการประกอบสินค้าคอนโซลและคอมพิวเตอร์ไม่สามารถดำเนินงานได้ สิ่งที่ตามมาก็คือราคาสินค้าที่แพงขึ้นนั่นเอง และ Nintendo ที่เคยตรึงราคารุ่นแรกมาได้จนจบเจ็นเนอเรชัน ก็ยังไม่สามารถหนีพ้นปรากฏการณ์ชวนกระเป๋าฉีกครั้งนี้ได้
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา Nintendo ได้ประกาศเพิ่มราคาเครื่องเล่น Switch 2 ในรุ่นภาษาญี่ปุ่นจน ณ ตอนนี้จากที่เคยขายราว 11,000 บาทและเป็นตัวเลือกที่เป็นมิตรมากๆ สำหรับคนในท้องที่ ก็ได้ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องแบบที่เราต้องตกใจ เพราะมีเกมเมอร์บางส่วนในญี่ปุ่นที่เรียกร้องให้ Nintendo ทำ Switch 2 ในรูปแบบต่อโทรทัศน์เพียงอย่างเดียวด้วย ซึ่งขัดกับปกติที่ก่อนหน้านี้ทางค่ายเคยทำเพียงแค่รุ่น Lite สำหรับเครื่องตัวแรกสุดเพื่อการพกพา!