AXA SmartDrive ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มอบความคุ้มครองรอบด้าน

AXA SmartDrive ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มอบความคุ้มครองรอบด้าน เพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทาง

แอกซ่าประกันภัย นำเสนอแผนประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 "AXA SmartDrive" ประกันภัยที่มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม พร้อมสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่ในยุคปัจจุบัน

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 AXA SmartDrive มอบความคุ้มครองรอบด้าน ทั้งตัวรถยนต์ ทรัพย์สิน และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคู่กรณีก็ได้รับความคุ้มครองเต็มที่ เหมาะสำหรับรถใหม่ รถที่ใช้งานบ่อย หรือรถที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ครอบคลุมทั้งกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งจากโรงงานสูงสุด 20,000 บาทต่อครั้ง นอกจากนี้ แอกซ่าได้คัดเลือกอู่ในเครือข่ายที่มีคุณภาพ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจะรับผิดชอบในการซ่อมแซม พร้อมเลือกใช้อะไหล่มาตรฐานจากอู่ซ่อม เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง และยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันภัยได้อีกด้วย

เอกนิติ ชี้ภาษีสหรัฐ กระทบไทยจำกัด เร่งเจรจา IPEF เพิ่มแต้มต่อสินค้าไทย

เอกนิติ ชี้ภาษีสหรัฐ กระทบไทยจำกัด เร่งเจรจา IPEF เพิ่มแต้มต่อด้านภาษี

วันนี้ (24 ก.ค. 2569) เวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้า 12.5% กับประเทศคู่ค้ากว่า 37 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งประเมินผลกระทบและเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

ได้ประสานงานกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งดูแลเรื่องนี้โดยตรงแล้ว เบื้องต้นต้องเรียนว่าภาคเอกชนไทยมีสินค้าหลายชนิดที่ได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว จึงประเมินว่าในภาพรวมผลกระทบต่อไทยจะไม่มากนัก

ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช เปิดตัว "NURA" สหคลินิกตรวจและคัดกรองสุขภาพในกรุงเทพ

ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช เปิดตัว

นำโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งและโรคจากพฤติกรรมมาสู่กรุงเทพฯ ชูแนวคิดการตรวจครบจบภายใน 120 นาที

บริษัท ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว "NURA Bangkok" สหคลินิกตรวจและคัดกรองสุขภาพแห่งใหม่ ปักหมุดการนำโมเดลการคัดกรองสุขภาพเชิงรุกมาสู่ประเทศไทย นับเป็นการขยายเครือข่ายระดับโลกของ NURA หลังประสบความสำเร็จมาแล้วในอินเดีย มองโกเลีย และเวียดนาม โดย NURA Bangkok Clinic ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนนนทรี พร้อมนำเสนอบริการตรวจและคัดกรองสุขภาพด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของฟูจิฟิล์ม ที่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพในการวินิจฉัยของแพทย์

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นการปรับปรุงข้อมูล "รายงานเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ"

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลในรายงานเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสมาชิก (PVD individual statement) เพื่อให้สมาชิกกองทุนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณ รวมทั้งช่วยสนับสนุนการตัดสินใจด้านการออมและการลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายระยะยาว

ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ให้เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณ โดยรายงานเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสมาชิก (PVD individual statement) เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้สมาชิกกองทุนเข้าใจสถานะการลงทุนของตนเองและตระหนักถึงความเพียงพอของเงินออมเพื่อการเกษียณได้ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับพฤติกรรมการออมและการลงทุนได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ดี หลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลในปัจจุบันมุ่งเน้นการรายงานสถานะเงินลงทุนของสมาชิกเป็นหลัก

ก.ล.ต. จึงได้ศึกษาแนวทางสากลขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และองค์การระหว่างประเทศด้านการกำกับดูแลกองทุนบำนาญภาคเอกชน (IOPS) รวมทั้งแนวทางของต่างประเทศ และเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลใน PVD individual statement ให้มีความครบถ้วน ชัดเจน เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกมากยิ่งขึ้น ทั้งสถานะการลงทุนในปัจจุบันและความเพียงพอของเงินออมเพื่อการเกษียณ พร้อมสนับสนุนการใช้เครื่องมือวางแผนเกษียณแบบออนไลน์ เพื่อช่วยให้สมาชิกตระหนักถึงความเพียงพอของเงินออมเพื่อการเกษียณและสามารถตัดสินใจปรับพฤติกรรมการออมและการลงทุนได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

ยืนหยัดกลางพายุ : สุนทรียศาสตร์แห่งการไม่ยอมจำนน จาก Memento ถึง The Odyssey - มติชนสุดสัปดาห์

บทความพิเศษ | อุณาโลม จันทร์รุ่งมณีกุล

ยืนหยัดกลางพายุ

: สุนทรียศาสตร์แห่งการไม่ยอมจำนน

จาก Memento

ถึง The Odyssey

“ไม่ค่อยอยากรู้อะไรเลยครับ ท้อแท้กับประเทศ”

“ผมไม่รู้สึกสนุกกับการเมืองอีก ความหวังมันเคยขึ้นสูง แล้วไม่สำเร็จ”

“ชีวิตมันเหนื่อยทุกด้าน…”

มิตรสหายวัยเยาว์บอกเล่าถึง “อาการชาทางประชาธิปไตย” ที่กำลังแผ่ซ่านอยู่ในสังคมไทยยุค 2026 เป็นคำสารภาพแห่งยุคสมัยที่บ่งบอกว่า พวกเขากำลังโดนกัดกิน “จิตวิญญาณและพลัง” ที่มีน้อยอยู่แล้วให้กร่อนลงไปอีก

หลังจากนิ่ง รับฟังอย่างเข้าใจว่า “ซีรีส์ความพัง” ที่ถาโถมมาเป็นระลอกสู่คนรุ่นนี้หนักหน่วงเพียงใด น่าจะเป็นความรู้สึกปนกับความเจ็บปวดลึกๆ และงงว่าทำไมสังคมไทยมาถึงจุดนี้ได้ เรื่องที่ครั้งหนึ่งทุกคนในสังคมช่วยกันเรียกร้องว่าไม่ถูกต้อง ตอนนี้ถูก “เมินเฉย” ถูกปฏิบัติราวกับเป็นเรื่องปกติของสังคม

EXIM BANK โชว์ยอดสินเชื่อใหม่ Q2/69 กว่า 2.2 หมื่นลบ. ปรับทัพเร่งเครื่อง Export Co-pilot ช่วย SMEs

EXIM BANK เดินหน้าบทบาท Export Co-pilot ปรับกลยุทธ์เชิงรุกผ่าน 4 ด้านสำคัญ อุ้มผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามการค้าและมาตรการสิ่งแวดล้อมโลก พร้อมอัดฉีดสินเชื่อใหม่กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท และเร่งขับเคลื่อน ESG Financing สูงถึง 50% ของยอดคงค้างรวม

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยผลการดำเนินงานของ EXIM BANK ไตรมาสที่ 2/69 ว่า แม้ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและการค้าโลกจะเริ่มคลี่คลายลง แต่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากมาตรการกีดกันทางการค้า ความผันผวนด้านพลังงาน และแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ดังนั้น EXIM BANK ยังคงเดินหน้ายกระดับปรับทัพรองรับบทบาท Export Co-pilot เพื่อช่วยผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยง ขยายโอกาสทางธุรกิจ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

EXIM BANK โชว์ยอดสินเชื่อใหม่ Q2/69 กว่า 2.2 หมื่นลบ. ปรับทัพเร่งเครื่อง Export Co-pilot ช่วย SMEs รับมือเศรษฐกิจผันผวนช่วง H2/69 : อินโฟเควสท์

EXIM BANK เดินหน้าบทบาท “Export Co-pilot” ปรับกลยุทธ์เชิงรุกผ่าน 4 ด้านสำคัญ อุ้มผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามการค้าและมาตรการสิ่งแวดล้อมโลก พร้อมอัดฉีดสินเชื่อใหม่กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท และเร่งขับเคลื่อน ESG Financing สูงถึง 50% ของยอดคงค้างรวม

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยผลการดำเนินงานของ EXIM BANK ไตรมาสที่ 2/69 ว่า แม้ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและการค้าโลกจะเริ่มคลี่คลายลง แต่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากมาตรการกีดกันทางการค้า ความผันผวนด้านพลังงาน และแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ดังนั้น EXIM BANK ยังคงเดินหน้ายกระดับปรับทัพรองรับบทบาท “Export Co-pilot” เพื่อช่วยผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยง ขยายโอกาสทางธุรกิจ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

LINE MAN และ สสส. ตรวจสุขภาพไรเดอร์ฟรีประจำปี รับมือความเสี่ยง "โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

LINE MAN และ สสส. ตรวจสุขภาพไรเดอร์ฟรีประจำปี รับมือความเสี่ยง

LINE MAN ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่าย จัดงาน "มหกรรมตรวจสุขภาพไรเดอร์ (Rider Day) 2026" เปิดให้ไรเดอร์และคนขับเข้ารับบริการตรวจสุขภาพฟรีประจำปีกว่า 500 คน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ พร้อมนำข้อมูลสุขภาพมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาแนวทางดูแลสุขภาพพาร์ทเนอร์ไรเดอร์อย่างต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่พบได้บ่อยในกลุ่มไรเดอร์

ดร.มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า "LINE MAN ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของไรเดอร์และคนขับ แต่ด้วยลักษณะการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน มีเวลารับประทานอาหารและพักผ่อนไม่แน่นอน การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ไรเดอร์รู้เท่าทันสุขภาพของตนเองและสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงของโรคในระยะยาวได้ โดย LINE MAN และ สสส. เป็นพาร์ทเนอร์กันมาอย่างยาวนาน ในการจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพและรับคำแนะนำจากแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในหลายพื้นที่ ปัจจุบันมีจำนวนไรเดอร์ LINE MAN ที่ได้รับการตรวจสุขภาพฟรีรวมแล้วกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ ในระหว่างปี 2567-2569 และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพไปแล้วมูลค่ารวมกว่า 6,000,000 บาท และนอกจากนี้ LINE MAN ยังมีโครงการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น การมอบประกันอุบัติเหตุฟรี การอบรบขับขี่ปลอดภัย การอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิต (CPR) รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพอย่างการแข่งขันกีฬา เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของไรเดอร์และคนขับในระยะยาว"

REIC จับมือ สสช. เชื่อมโยง Big Data ยกระดับฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ

REIC จับมือ สสช. เชื่อมโยง Big Data ยกระดับฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ เพิ่มความแม่นยำวิเคราะห์ Demand - Supply หนุนตลาดที่อยู่อาศัยเติบโตอย่างยั่งยืน

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศร่วมมือทางวิชาการกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ยกระดับการบูรณาการข้อมูลภาครัฐ เชื่อมโยง Big Data ด้านเศรษฐกิจ สังคม และอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มประสิทธิภาพการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจสนับสนุนการกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ และประธานคณะกรรมการดำเนินการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) โดย ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการ สสช. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการ ข้อมูล และการสนับสนุนทางเทคนิค เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลสถิติขนาดใหญ่ (Big Data) ในการวิเคราะห์ทิศทางและแนวโน้มภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของประเทศ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการข้อมูลระดับประเทศ

ประกาศสำคัญจาก “บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด”

เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ปรากฏข่าวกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (“บริษัทฯ”) และบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลในเอกสารของบริษัทฯ เป็นเท็จเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม 2564 (ประมาณ 5 ปีก่อน) นั้น

ลำดับแรก เพื่อความชัดเจนและความเข้าใจที่ต้องตรงกัน บริษัทฯ ขอเรียนว่าทรัพย์สินของลูกค้าทุกรายที่บริษัทฯ ได้เก็บรักษาไว้ขณะนี้ มีความปลอดภัยและครบถ้วน และบริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้า