“ทไวนิงส์” ตอกย้ำแบรนด์ชาพรีเมียม ผ่าน “Twinings Sip with Luxury” เชื่อมประสบการณ์สู่ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่

ทไวนิงส์ (Twinings) แบรนด์ชาระดับโลกจากประเทศอังกฤษ เดินหน้าตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ชาพรีเมียม ผ่านแคมเปญ “Twinings Sip with Luxury” โดยนำกลยุทธ์ Experience Marketing มาสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับเรื่องราวและมรดกของแบรนด์กว่า 300 ปี สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งคุณภาพสินค้าและประสบการณ์ที่ได้รับจากแบรนด์

ศุภกานต์ กิจศุภนนท์ Regional Brand & Market Development Manager - Twinings ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาแบรนด์และการตลาดระดับภูมิภาค ทไวนิงส์ เปิดเผยว่า โดยภาพรวมของตลาดชาพรีเมียมในปัจจุบัน ผู้บริโภคชาพรีเมียมไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงรสชาติและคุณภาพของชา แต่ยังมองหาประสบการณ์และคุณค่าที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์มากขึ้น แคมเปญ “Twinings Sip with Luxury” จึงถูกพัฒนาให้เป็นมากกว่าการมอบสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้า แต่เป็นการพาผู้บริโภคเดินทางจาก “ถ้วยชา” กลับไปสัมผัส “จุดกำเนิดของชา” ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและมรดก (Brand Heritage) ของทไวนิงส์ในฐานะแบรนด์ชาจากอังกฤษที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปี

CH ส่งสัญญาณบวก Q3/69 ชูกลยุทธ์คุมต้นทุน-ขยายตลาด หนุนการเติบโต

CH ส่งสัญญาณบวก Q3/69 ชูกลยุทธ์คุมต้นทุน-ขยายตลาด หนุนการเติบโต

CH ส่งสัญญาณบวกไตรมาส 3/69 ฟื้นตัวชัดเจน ชูกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ รุกตลาดในประเทศ ควบคู่ขยายฐานลูกค้าใหม่อเมริกา-ยุโรป ดันสินค้ามูลค่าเพิ่ม ลดการพึ่งพาสินค้าดั้งเดิม ยกระดับโรงงาน นำระบบ LEAN และเทคโนโลยีเครื่องจักร ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพระยะยาว หนุนผลงานครึ่งปีหลังเติบโต

นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบกับ การปรับกลยุทธ์ด้านตลาด มุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม (Value-added Products) เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไรและลดการพึ่งพาสินค้าแบบดั้งเดิม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่ และสร้างความแตกต่างในตลาด

‘เอกนิติ’ หารือออมสิน เตรียมแนวทางดัน ‘นกกระซิบ AI’ ใช้แทน Statement ปล่อยเงินกู้

‘เอกนิติ’ สั่งการบ้าน ‘ออมสิน’ เตรียมแนวทางใช้ข้อมูลสรุปยอดขายจาก ‘นกกระซิบ AI’ บนแอปฯ ‘ถุงเงิน’ เป็นหลักฐานการเงิน ด้านออมสินวอนประชาชนอดใจรอ พร้อมสมทบวงเงินสินเชื่อ EV อีก 5 พันล้านบาท

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้หารือกับธนาคารออมสิน เพื่อจัดหาแนวทางรองรับสินเชื่อที่ใช้ข้อมูลสรุปยอดขายจาก ‘นกกระซิบ AI’ บนแอปฯ ‘ถุงเงิน’ เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาสินเชื่อ แทนการอ้างอิงรายการเคลื่อนไหวทางการเงิน (Statement) แบบเดิม

อินชัวร์ เอกซ์ เดินหน้าขยายทีมที่ปรึกษาด้านประกันสู่ 1,000 ราย สิ้นปีนี้ ชูแนวคิด "Hire to

อินชัวร์ เอกซ์ เดินหน้าขยายทีมที่ปรึกษาด้านประกันสู่ 1,000 ราย สิ้นปีนี้ ชูแนวคิด

บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด (InsureX) นายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยถือหุ้น 100% โดยธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของช่องทางที่ปรึกษาด้านประกัน ประกาศขยายจำนวนทีมที่ปรึกษาด้านประกันจำนวน 1,000 ราย ภายในปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Hire to Success" เปิด 3 กลยุทธ์หลักเฟ้นสรรหาคนที่ใช่ ควบคู่กับการดึงดูดและสร้าง Talent จาก 3 กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่บทบาทที่ปรึกษาด้านประกัน ออกแบบโครงสร้างผลตอบแทนที่เข้าใจง่าย โปร่งใส และสามารถแข่งขันได้ในตลาด เพื่อให้ที่ปรึกษาด้านประกันมองเห็นเส้นทางการสร้างรายได้และความก้าวหน้าในอาชีพอย่างชัดเจน พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้าและองค์กร

เครือ รพ.พญาไทและเครือ รพ.เปาโล เปิดตัว "Addwise

เครือ รพ.พญาไทและเครือ รพ.เปาโล เปิดตัว

เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมสุขภาพ เปิดตัว "Addwise Comorbid" แพลตฟอร์มผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะ หรือ Clinical Intelligence Platform ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแพทย์ประเมินและค้นหาความเสี่ยงของโรคร่วม (Comorbidity) อย่างเป็นระบบ ครอบคลุม 9 ระบบสำคัญของร่างกาย ช่วยให้แพทย์มองเห็นข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยได้รอบด้านยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมต่อการดูแลไปยังแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team: MDT) ตามความเหมาะสม เพื่อยกระดับการดูแลให้แม่นยำ ปลอดภัย และต่อเนื่องมากขึ้น

Xiaomi ทำรายรับทะลุ 108.9 พันล้านหยวนในไตรมาสสองของปี 2569

Xiaomi ทำรายรับทะลุ 108.9 พันล้านหยวนในไตรมาสสองของปี 2569 กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

งบการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาในช่วงครึ่งปีแรกสูงถึง 18.2 พันล้านหยวน ระบบนิเวศ "Human ? Car ? Home" ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ

เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน ("เสียวหมี่ [Xiaomi]" หรือ "กลุ่มธุรกิจ Group]"; Stock Code:1810) บริษัทด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะด้วยการเป็นผู้นำด้านสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) ประกาศผลการดำเนินงานไม่สอบทานสำหรับสามเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ("ช่วงเวลาดังกล่าว") ในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่าต้นทุนของชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ รวมถึงหน่วยความจำจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้น แต่กลุ่มบริษัทสามารถสร้างรายรับรวมอยู่ที่ 108.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และกลับมาทะลุระดับ 1 แสนล้านหยวนได้อีกครั้ง ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงอยู่ที่ 6.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงานและความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันจากสภาวะตลาดที่ท้าทายได้เป็นอย่างดี

รอยพับที่ติ่งหู Frank’s Sign ทำนายโรคหัวใจ-เส้นเลือดหัวใจตีบ ได้จริงหรือไม่?

เคยสังเกตไหมว่า บางคนมี รอยพับเฉียงบริเวณติ่งหู เป็นเส้นพาดจากด้านหน้าไปยังขอบล่างของติ่งหู หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงริ้วรอยตามวัย แต่ในทางการแพทย์ รอยพับลักษณะนี้มีชื่อว่า Frank’s Sign หรือ Diagonal Earlobe Crease (DELC) และถูกศึกษามานานหลายทศวรรษถึงความเป็นไปได้ว่า อาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด

อย่างไรก็ตาม Frank’s Sign ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ยืนยันว่าใครเป็นโรคหัวใจ และไม่ได้หมายความว่าคนที่มีรอยพับนี้จะต้องเกิดหัวใจวายเสมอไป แต่เป็นหนึ่งในลักษณะทางร่างกายที่นักวิจัยให้ความสนใจ เนื่องจากพบความสัมพันธ์บางอย่างระหว่างรอยพับบริเวณติ่งหูกับโรคหลอดเลือดหัวใจในหลายการศึกษา

Frank’s Sign ถูกค้นพบได้อย่างไร?

จุดเริ่มต้นของการศึกษานี้มาจาก ดร.แซนเดอร์ส ที. แฟรงก์ (Dr. Sanders T. Frank) แพทย์ชาวอเมริกันที่สังเกตเห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่าง “ติ่งหู” กับ “หัวใจ”

Antidotes คลื่นลูกใหม่ของแบรนด์น้ำหอมไทย โตด้วยอัตลักษณ์ และประสบการณ์พรีเมียม ขยายฐานลูกค้าผ่านลาซาด้า ดันยอดขายทะลุร้อยล้าน

เมื่อ “กลิ่นหอม” ไม่ได้มีไว้เพียงสร้างความหอมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ตลาดน้ำหอมไทยจึงกำลังเติบโตอย่างน่าจับตา ด้วยมูลค่าราว 12,900 ล้านบาท และแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5.86% ต่อปี[1] สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากน้ำหอมในฐานะสินค้าลักชัวรีที่เน้นความหรูหรา สู่การเป็น Identity-driven Product ที่เชื่อมโยงกับตัวตน อารมณ์ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น

Antidotes คือหนึ่งในแบรนด์น้ำหอมไทยพรีเมียมยุคใหม่ที่สะท้อนโอกาสดังกล่าวได้อย่างชัดเจน จากแบรนด์เครื่องหอมที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว สู่การพัฒนาเป็นแบรนด์พรีเมียมไลฟ์สไตล์ที่สร้างคุณค่าผ่านดีไซน์ที่แตกต่าง อัตลักษณ์ที่ชัดเจน การเล่าเรื่องที่เชื่อมโยง และประสบการณ์กับแบรนด์ที่มากกว่าตัวสินค้า จนสามารถสร้างยอดขายรวมทะลุหลักร้อยล้านบาทต่อปี ซึ่งความสำเร็จนี้สอดรับกับกระแส Masstige (Mass + Prestige) ที่เปิดโอกาสให้ความพรีเมียมเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างผ่านคุณภาพที่จับต้องได้ 

'Niu Lai' แอนิเมชันห่วยแต่ทำไมทำเงิน 80 นาทีที่ไม่ได้ดูจะเสียดายไปตลอดชีวิต แมสเพราะทำมือในยุคคนเอือมคอนเทนต์ AI

ในช่วงนี้ใครที่เห็นมีมแอนิเมชันหน้าวัวเต็มฟีดก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะนี่คือ ‘Niu Lai’ ผลงานกราฟิกทำมือจากแม่ลูกชาวจีนที่กำลังไวรัลจนสามารถติด Box Office ของจีน แม้จะมีคู่แข่งอย่าง The Odyssey และ Spider Man: Brand New Day เข้าฉายอยู่ในช่วงเดียวกัน

ซึ่งหลายเสียงที่ดูแอนิเมชันเรื่องนี้ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “It’s so bad, it’s become a box office hit.” หรือถึงแม้กราฟิกจะแย่ หรือพล็อตจะทำให้สับสนแค่ไหน แต่ก็เป็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียล

มิติใหม่! พลิกโมเดลหน่วยแพทย์อาสาสู่ “Digital Field Hospital” ทรู อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จับมือแพทยสภา เปิดตัว “M-ARSA” แพลตฟอร์มโรงพยาบาลสนามดิจิทัล จาก “ประชาชนไปหาโรงพยาบาล” สู่ “บริการสุขภาพไปหาประชาชน”

เพราะการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพไม่ควรถูกจำกัดด้วยระยะทาง สถานที่ หรือข้อจำกัดของระบบ ท่ามกลางความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ทรัพยากร บุคลากร เวลา และสถานที่ให้บริการมีจำกัด หน่วยแพทย์เคลื่อนที่และหน่วยแพทย์อาสาจึงมีบทบาทสำคัญในการนำบริการสุขภาพออกไปหาประชาชน แต่กระบวนการจำนวนมากยังต้องพึ่งพาการทำงานด้วยคนและเอกสาร ตั้งแต่ลงทะเบียน คัดกรอง บริหารคิว ส่งต่อระหว่างคลินิก บันทึกผลการรักษา ไปจนถึงสรุปข้อมูลหลังจบภารกิจ ส่งผลให้เกิดขั้นตอนซ้ำซ้อน  การรอคอย และข้อมูลที่ยากต่อการเชื่อมโยง

โจทย์จึงไม่ใช่เพียง “จะทำให้หน่วยแพทย์อาสาทำงานเร็วขึ้นอย่างไร” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้บริการสุขภาพออกไปหาประชาชน พร้อมกระบวนการดูแลและบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับในโรงพยาบาล” ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรู อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จึงร่วมกับแพทยสภา เปิดตัว “M-ARSA (หมอ-อาสา)” แพลตฟอร์ม Digital Field Hospital ยกระดับหน่วยแพทย์อาสาสู่ระบบการดูแลสุขภาพนอกโรงพยาบาลแบบครบวงจร    เชื่อมผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล บุคลากร ข้อมูลสุขภาพ และการบริหารจัดการไว้บนระบบเดียวแบบเรียลไทม์ เปลี่ยนจากกระดาษสู่ดิจิทัล ลดขั้นตอนและเวลารอ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้บริการสุขภาพสามารถเดินทางไปถึงประชาชนได้มากขึ้น