SAFE ชูโมเดล “Prepare–Preserve–Prevent” ตั้งเป้าขยายฐาน ดันรายได้โต10 –15%

xsxsmsmmdlg

                                     <a href="https://news1live.com/" title="NEWS1"></a>








                     <ol>
  • หน้าหลัก 
  • หุ้น 
  • หุ้นไทยผู้จัดการ360° 
  • หุ้นไทยผู้จัดการ360°

    • •

      ข่าว

    • •

      สัมภาษณ์พิเศษ

    • •

      รายงานพิเศษ

    • •

      ข่าวประชาสัมพันธ์

    x

    SAFE ชูโมเดล “Prepare–Preserve–Prevent” ตั้งเป้าขยายฐาน ดันรายได้โต10 –15%

    เผยแพร่: 5 ต.ค. 2569 17:04   ปรับปรุง: 5 ต.ค. 2569 17:04   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



    “เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป” ประกาศทิศทางองค์กรภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of Fertility” Prepare, Preserve และ Prevent ตอบโจทย์เส้นทางการมีบุตรของครอบครัวยุคใหม่ ฟากบิ๊กบอสตั้งเป้าขยายฐานการดูแลครอบครัวจาก 40,000 ครอบครัว สู่ 50,000ครอบครัว ภายใน 3 -5 ปีข้างหน้า พร้อมผลักดันรายได้เติบโต 10-15% ต่อปี
     





    นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SAFE) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จัดงานเนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 20 เพื่อนำเสนอมุมมองใหม่ต่อประเด็นเรื่องของตัวเลขอัตราการเกิดของไทยที่ลดลงต่ำสุดในรอบหลายสิบปี และเทรนด์ที่ว่า “คนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูกกันแล้ว” ความจริงอีกมุมหนึ่งที่ต่างจากที่สังคมพูดถึงกัน “คนรุ่นใหม่อาจไม่ได้ไม่อยากมีลูก” เพียงแต่วันที่ชีวิต การงาน หรือการเจอคนที่ใช่พร้อมที่สุด มักจะเลยช่วงวัยที่ร่างกายพร้อมที่สุดไปแล้ว ไปจนถึงครอบครัวที่มีความหลากหลายมากขึ้นในปัจจุบัน นี่คือเหตุผลที่เทคโนโลยีเจริญพันธุ์ในวันนี้ต้องเปลี่ยนตาม พร้อมประกาศทิศทางองค์กรภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of Fertility” 3 ข้อ คือ Prepare (เตรียมพร้อม) Preserve (รักษาทางเลือก) และ Prevent (ป้องกันล่วงหน้า) เพื่อตอบโจทย์เส้นทางการมีบุตรของครอบครัวยุคใหม่  
    ขณะที่ ตลาดเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (IVF) เติบโตสวนกระแสภาวะการเกิดลดลงทั่วโลก ยกกรณีศึกษาประเทศญี่ปุ่นที่แม้ยอดการเกิดรวมจะลดลงต่ำกว่า 7 แสนคน แต่สัดส่วนเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์กลับพุ่งสูงถึง 1 ใน 8 คนของเด็กเกิดใหม่ทั้งหมด สอดรับกับรายงาน Global Market Insights ที่ประเมินตลาด IVF โลกขยายตัวแตะกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ชี้ว่าตลาดไทยเติบโตแตะ 6,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านสู่บริการแบบ Full Patient Journey อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การประเมินภาวะเจริญพันธุ์ในวัยหนุ่มสาว การฝากเซลล์สืบพันธุ์ การตรวจคัดกรองพันธุกรรม ไปจนถึงการย้ายตัวอ่อนแช่แข็งเมื่อพร้อม ตอกย้ำนิยามใหม่ที่มองการมีบุตรเป็นการลงทุนซื้อเวลาและบริหารความเสี่ยงเพื่อความสมบูรณ์ของครอบครัวในอนาคต 
    SAFE ตั้งเป้าขยายฐานการดูแลครอบครัวจาก 40,000 ครอบครัว สู่ 50,000ครอบครัว ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า พร้อมผลักดันการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 10-15% ต่อปี โดยมีกลยุทธ์สำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ การเติบโตของตลาด Preserve และ Prevent ที่คนรุ่นใหม่หันมาฝากไข่ ฝากสเปิร์ม และตรวจยีนกันมากขึ้น และการขยายฐานคนไข้ต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนถึง 50% ของคนไข้ทั้งหมดของบริษัทฯ สู่ตลาดใหม่เพิ่มเติม และทุกเทคโนโลยีที่นำเข้ามา ทุกงานวิจัยและเครือข่ายแล็ปพันธุศาสตร์ที่เราสนับสนุน มีเป้าหมายสูงสุด คือการนำไปสู่ ‘Healthier Baby’ ส่งมอบเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง เพื่อสร้างรากฐานครอบครัวที่มั่นคง 
    ทั้งนี้ บริษัทฯ ชูกลยุทธ์ดูแลผู้มีบุตรยากแบบองค์รวมผ่านแนวคิด “Prepare - Preserve - Prevent” ตอบโจทย์เส้นทางการสร้างครอบครัวของคนยุคใหม่ที่เน้นการวางแผนล่วงหน้ามากกว่ารอให้เกิดปัญหา โดยเริ่มต้นจาก “Prepare” (เตรียมพร้อม) ผ่านการตรวจประเมินสุขภาพและฮอร์โมนเพื่อเป็นแผนที่นำทางให้เข้าใจร่างกาย ควบคู่กับการดูแลสภาพจิตใจโดยผู้ดูแลส่วนตัว (Personal Assistant) เพื่อลดความเครียด ก่อนเชื่อมโยงสู่ “Preserve” (รักษาทางเลือก) ด้วยเทคโนโลยีการฝากไข่และอสุจิ (Egg & Sperm Freezing) ที่เปรียบเสมือนการซื้อเวลาและเก็บรักษาเซลล์สืบพันธุ์ที่แข็งแรงไว้ใช้ในวันที่พร้อม โดยไม่ต้องกังวลกับข้อจำกัดด้านอายุที่คุณภาพไข่จะลดลงหลังวัย 35 ปี และปิดท้ายด้วยความอุ่นใจจาก “Prevent” (ป้องกันล่วงหน้า) ผ่านการตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การหาพาหะแฝงในพ่อแม่ (เช่น ธาลัสซีเมีย G6PD และกล้ามเนื้ออ่อนแรง) ไปจนถึงการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนฝังตัว เพื่อมอบข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่สามารถตัดสินใจและก้าวสู่การตั้งครรภ์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยสูงสุด 
    นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังขยายขอบเขตธุรกิจสู่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุศาสตร์ ภายใต้ บริษัท เน็ก เจนเนอร์เรชั่น จีโนมิค จำกัด ให้บริการตรวจวิเคราะห์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และเวชศาสตร์มารดาและบุตร แก่สถานพยาบาลภาครัฐและเอกชนชั้นนำ รวมถึงคลินิกสูตินรีเวชทั้งในประเทศ และต่างประเทศตอกย้ำบทบาทของ SAFE ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการ แต่เป็นผู้วางรากฐานมาตรฐานพันธุศาสตร์ให้กับวงการสาธารณสุขไทย 
    “สำหรับในระยะยาว 5-10 ปีข้างหน้า เป้าหมายของ SAFE ไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเลขทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่คือการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น Regional Fertility Hub ที่ครอบครัวทั่วทั้งภูมิภาคไว้วางใจ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างครอบครัวคุณภาพของสังคมอย่างแท้จริง” นพ.วิวัฒน์ กล่าว


    หนึ่งเดียวในไทย "เซ็นทรัลพัฒนา" เดินเกมรุก ต่อยอด CRM Platform บน WeChat Pay สร้าง Long-term Loyalty เจาะตลาดลูกค้าจีน

    ด้วยเหตุนี้เอง "เซ็นทรัลพัฒนา" ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการสร้างปรากฏการณ์ระดับโลก เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Weixin Pay (WeChat Pay) ผู้ให้บริการ E-Wallet รายใหญ่ที่สุดของจีน เปิดตัวแคมเปญ “CENTRAL PATTANA X WEIXIN PAY, PAY & EARN LOYALTY PROGRAM”

    image005.png

    โดยเซ็นทรัลพัฒนาได้รับความไว้วางใจให้เป็นศูนย์การค้าเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่เปิดตัวโปรแกรม CRM ยุคใหม่นี้ ชูไฮไลต์การยกระดับชำระเงินดิจิทัลสู่ CRM Loyalty Platform ที่เชื่อมการชำระเงิน การสะสมคะแนน และการแลกสิทธิประโยชน์ไว้ในที่เดียวแบบเรียลไทม์ พร้อมลุยกระตุ้นกำลังซื้อชาวจีนรับช่วงเทศกาลวันชาติจีน (Golden Week) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570

    INSIGNIA ร่วมกับสยามพิวรรธน์เปิดประสบการณ์ “A Taste of INSIGNIA” พร้อมมอบไลฟ์สไตล์สุดพรีเมียมระดับโลกสู่ประเทศไทย

    อินซิกเนีย (Insignia) ผู้นำระดับโลกด้านการบริหารจัดการไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะบุคคลและโซลูชันการชำระเงินระดับอัลตร้าพรีเมียม ประกาศเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด A Taste of Insignia ปฐมบทแห่งประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ (Unlock the World of Insignia) ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเผยโฉมสู่โลกของ Insignia อย่างใกล้ชิด ผ่านการนำเสนอบริการและโซลูชันอันโดดเด่นของแบรนด์ ทั้งการบริหารจัดการไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะบุคคล โซลูชันการชำระเงินระดับอัลตร้าพรีเมียม และเครือข่ายระดับสากลที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันสะท้อนปรัชญาของ Insignia ที่มุ่งมั่นนำเสนอสิทธิพิเศษและเปิดโอกาสสู่ความเป็นไปได้ในรูปแบบเฉพาะบุคคลสู่ตลาดลักชัวรีของประเทศไทยเป็นครั้งแรก

    A Taste of Insignia รังสรรค์ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสได้สัมผัสโลกของ Insignia อย่างใกล้ชิด ผ่านการนำเสนอไฮไลต์ผลิตภัณฑ์และบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟของแบรนด์ ที่รวมถึง Billionaire Jewellery Card หนึ่งในโซลูชันบัตรชำระเงินระดับอัลตร้าพรีเมียมของ Insignia ที่มาเผยโฉมในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก พร้อมถ่ายทอดห้าองค์ประกอบสำคัญ (5 Pillars) ที่สะท้อนความเป็น Insignia ได้แก่ อิสรภาพ (Freedom) ความพิถีพิถัน (Craftsmanship) ความทุ่มเท (Dedication) การเข้าถึง (Access) และความเป็นไปได้ (Possibility)

    เพราะไม่ใช่ทุกคนจะทำงานช่างได้: ‘Q-Chang’ แพลตฟอร์มรวมบริการช่างดูแลบ้านแบบครบวงจร

    หนึ่งในบทเรียนของชีวิตนี้ที่หลายคนใช้เป็นหลักเกณฑ์วัดว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วหรือยัง คือการออกไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องอาหารการกิน การเดินทางไปไหนมาไหน ไปถึงที่อยู่ที่นอน

    ถ้าดูแลทุกอย่างข้างต้นให้เรียบร้อยดีไม่มีปัญหา ก็แปลว่าได้สอบผ่านความเป็นผู้ใหญ่ไปอีกหนึ่งขั้น วันนี้ Pain Killer เลยจะขอชวนคุยถึงความเป็นผู้ใหญ่ในแง่การดูแลที่อยู่อาศัยของตัวเอง

    แน่นอนว่าโรงเรียนไทยส่วนใหญ่มีวิชาพื้นฐานการงานอาชีพ พื้นฐานการเกษตร อยู่ในหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมไปจนถึงมัธยม แต่เชื่อไหมว่าคนหลายคน (และรวมถึงดิฉันเอง) ไม่สามารถซ่อมแซมบ้านช่องของตัวเองได้ หากเกิดภาวะที่ของในบ้านหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้านมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ

    ท่อแตก ท่ออุดตัน หลังคารั่ว ยาแนวประตูเสื่อม ไฟดับ และอื่นๆ อีกมากมาย นี่เพียงแค่ตัวอย่างของรายนามข้าวของเครื่องใช้ในบ้านที่อาจเสียได้โดยทั่วไปในชีวิตประจำวันชนิดที่ว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆ เป็นประจำ โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย ของมันก็พร้อมจะเสื่อมและเสียเรื่อยๆ อยู่แล้ว 

    Champion Megabangna พลิกโฉมประสบการณ์ร้านคอนเซปต์ใหม่

    Champion Megabangna พลิกโฉมประสบการณ์ร้านคอนเซปต์ใหม่ ผสานแฟชั่น วัฒนธรรม และการแสดงออกถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ไว้ในที่เดียว

    สายแฟชั่นและสาวกสตรีทแวร์เตรียมปักหมุดเช็กอินพิกัดแห่งใหม่ แบรนด์สปอร์ตและแฟชั่นไลฟ์สไตล์ระดับตำนานสัญชาติอเมริกันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าศตวรรษเดินหน้าสู่บทใหม่ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว Champion Store สาขา Megabangna ภายใต้แนวคิดสโตร์รูปแบบใหม่ ที่นำเอกลักษณ์และรากฐานของ Champion มาตีความผ่านมุมมองร่วมสมัย พร้อมเชื่อมโยงแฟชั่น วัฒนธรรม และการแสดงออกถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่เข้าไว้ด้วยกัน

    A New Chapter of Champion: เชื่อมต่อ Champion กับคนรุ่นใหม่

    นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1919 Champion ได้มีบทบาทสำคัญในโลกของกีฬาและแฟชั่นมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนพัฒนาสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงกับโลกของดนตรี ศิลปะ แฟชั่น และวัฒนธรรมร่วมสมัยในหลากหลายยุคสมัย วันนี้ Champion เดินหน้าสู่บทใหม่ด้วยความตั้งใจในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมและเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ ผ่านผู้คนและเรื่องราวที่มีบทบาทต่อโลกของกีฬา บันเทิง และวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยสะท้อนผ่านแคมเปญระดับโลก “SPOKEN LIKE A TRUE CHAMPION” และการประกาศความร่วมมือกับ V หรือ คิม แทฮยอง ศิลปินระดับโลกแห่งวง BTS ในฐานะ Global Brand Ambassador ของ Champion

    อดีตหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัย OpenAI ชี้ AI ควรถูกคุมเข้มเหมือนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

    อดีตหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัย OpenAI ชี้การเปิดตัว Frontier AI ควรมีระบบป้องกันหลายชั้นและการวางแผนรอบคอบเหมือนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

    David Robinson อดีตพนักงาน OpenAI ที่เคยรับผิดชอบนำทีมจัดทำรายงานด้านความปลอดภัยที่เผยแพร่พร้อมการเปิดตัวโมเดล ได้ลาออกจากบริษัท พร้อมเขียนบทความใน The Atlantic วิจารณ์วัฒนธรรมภายในของ OpenAI ว่ามีปัญหา

    Robinson ระบุว่า OpenAI กำลังเร่งเดินหน้าจากการเปิดตัวโมเดลหนึ่งไปสู่อีกโมเดล จนไม่สามารถให้ความระมัดระวังในระดับที่เขาเชื่อว่าจำเป็นต่อเทคโนโลยี AI ที่เป๋นที่รู้กันดี ว่ามีความเก่งมากขึ้นเรื่อย ๆ

    เสนอให้พัฒนา Frontier AI ด้วยมาตรฐานคล้ายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

    แทนที่จะเร่งพัฒนา Frontier AI ที่มีความสามารถสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง Robinson มองว่าบริษัท AI ควรนำแนวทางของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือสนามบินที่มีความแออัดของการจราจรมาใช้ โดยระบบเหล่านี้ มีมาตรการป้องกันหลายชั้น มีระบบสำรอง และใช้เวลาในการวางแผนอย่างละเอียด เพื่อให้ความผิดพลาดของมนุษย์ที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวไม่กลายเป็นเหตุร้ายแรง

    เดอะมอลล์ เปิด “ย่านเทศกาลเจ” ต่อยอดยุทธศาสตร์ Food Destination ขับเคลื่อนทราฟฟิกและการใช้จ่ายช่วงไตรมาส 4 - Brand Buffet

    แชร์ :

    เดอะมอลล์ กรุ๊ป เดินหน้าต่อยอดยุทธศาสตร์ Food Destination ผ่านงาน “THE MALL LIFESTORE TASTE OF J 2026” เปิดแนวคิด “ย่านเทศกาลเจ” รวบรวมร้านอาหารเจต้นตำรับ เมนูสูตรดั้งเดิม และวัตถุดิบคุณภาพจาก 4 ย่านชื่อดังของประเทศ ได้แก่ เยาวราช, ตลาดน้อย ตลาดพลู และภูเก็ต มาไว้ในจุดหมายเดียว เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาอาหารเจคุณภาพ ควบคู่การสร้างประสบการณ์ กิน ช้อป และเสริมสิริมงคลในช่วงเทศกาล พร้อมรองรับกำลังซื้อที่ยังเติบโตต่อเนื่องของตลาดอาหารเจไทย

    UNICEF ชี้ น้ำท่วมกระทบการเรียนของเด็ก ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการเตรียมโรงเรียนให้พร้อมรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

    วันนี้ (5 ตุลาคม) สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็ก โดยโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัยต้องปิดการเรียนการสอน และบางแห่งถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการเตรียมโรงเรียนให้พร้อมรับมือกับภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น

    ข้อมูลล่าสุดจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่กลางเดือนกันยายนจนถึงปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 4 ล้านคนในกว่า 1.4 ล้านครัวเรือน ครอบคลุม 47 จังหวัด ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า มีสถานศึกษา 988 แห่งใน 29 จังหวัดได้รับผลกระทบ สำหรับกรุงเทพมหานครมีรายงานว่า โรงเรียนและสถานศึกษา 188 แห่งได้รับผลกระทบ บางแห่งถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ประกาศปิดโรงเรียนชั่วคราวใน 15 เขตที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากน้ำท่วม

    KAMU KAMU แตกไลน์เปิดตัว “Yothé” ปั้น New Category “Tea Meets Yogurt” ครั้งแรก ต่อยอดอินไซต์เมนูโยเกิร์ตยอดขายทะลุ 5 แสนแก้วใน 5 เดือน สู่แบรนด์ใหม่ “โยเกิร์ตผสมชา”

    KAMU KAMU (คามุ คามุ) แบรนด์เครื่องดื่มชาสไตล์ญี่ปุ่นสัญชาติไทย นำความเชี่ยวชาญด้านชากว่า 15 ปี เปิดตัว “Yothé” (โย-เท่) แบรนด์เครื่องดื่มโยเกิร์ตผสมชาเจ้าแรกในไทย ภายใต้แนวคิด “Tea Meets Yogurt” หลังเห็นสัญญาณความนิยมจากเมนูโยเกิร์ตของ KAMU KAMU ที่ทำยอดขายทะลุ 500,000 แก้วภายใน 5 เดือน สู่การนำอินไซต์ผู้บริโภคมาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านชา สร้าง New Category “โยเกิร์ตผสมชา” ที่นำคาแรกเตอร์ของชามาเจอกับความนุ่มละมุนของโยเกิร์ต พร้อมสร้างความสนุกด้วย DIY & Customizeให้ผู้บริโภคออกแบบแก้วโปรดผ่านท็อปปิ้งกว่า 22 รายการ ราคาเริ่มต้น 69 บาท เปิดสาขาแรก ณ Emsphere ชั้น G วันที่ 10 ตุลาคมนี้

    บลจ. เอ็กซ์สปริง พบทั่วโลกเกิดวงจรลงทุนรอบใหม่นาน 10 ปีชี้ 3 ปีแรกหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน - เทคโนโลยี – สินค้าโภคภัณฑ์ มีบทบาทสำคัญ
ออกกองใหม่ X-AUSEQ ลุยตลาดออสเตรเลียรับอานิสงส์เศรษฐกิจโตต่อเนื่อง

                         <ol>
    
  • หน้าหลัก 
  • กองทุนรวม 
  • กองทุนรวม 
  • บลจ. เอ็กซ์สปริง พบทั่วโลกเกิดวงจรลงทุนรอบใหม่นาน 10 ปีชี้ 3 ปีแรกหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน - เทคโนโลยี – สินค้าโภคภัณฑ์ มีบทบาทสำคัญ
ออกกองใหม่ X-AUSEQ ลุยตลาดออสเตรเลียรับอานิสงส์เศรษฐกิจโตต่อเนื่อง

    เผยแพร่: 5 ต.ค. 2569 16:52   ปรับปรุง: 5 ต.ค. 2569 16:52   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



    • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) พบทั่วโลกเข้าสู่เทรนด์การลงทุนรอบใหญ่ (CAPEX Cycle) กินเวลา 10 ปี ล่าสุดอยู่ระยะ 3 ปีแรก มองกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน สินค้าโภคภัณฑ์ สินทรัพย์จับต้องได้ ขับเคลื่อนตลาด
    • เผยปี 2569 วิเคราะห์เทรนด์ตลาดแม่นยำ สินค้าเทคโนโลยีเป็นหัวใจหลักของโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ส่งกองทุนใหม่ป้อนนักลงทุนแล้ว 3 กอง ทั้ง X-JPTOPTECH, X-SPACE และ X-VOLT การตอบรับดีจนเกิดเทรนด์การลงทุนใหม่ให้ตลาด พร้อมคาดเทรนด์นี้จะยังโตได้อีก 6 – 12 เดือน
    • ล่าสุดเตรียมออกกองใหม่ กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง หุ้นออสเตรเลีย ( X-AUSEQ ) มั่นใจออสเตรเลียเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากเทรนด์ลงทุนรอบใหญ่  เหตุเป็นทั้งแหล่งผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ แร่ธาตุสำคัญ และพลังงานในตลาดโลก

     นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) เปิดเผยว่าทิศทาง (เทรนด์) การเปิดกองทุนของ บลจ. ทั่วโลก ในช่วงปี 2568 – 2569 มีการปรับกลยุทธ์ชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาภาวะความเบื่อกองทุนธีมแฟชั่น หรือ Thematic Fatigue เช่นธีม กองทุนพลังงานสะอาด กองทุน EV และ AI เป็นต้น โดยหันมาเน้นเปิดกองทุนที่มีความผันผวนต่ำ ความยืดหยุ่นสูง และมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยยังได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุนครั้งใหญ่ อย่างไรก็ดีมองว่าในระยะสั้นช่วง 6 - 12 เดือนข้างหน้านี้ เทรนด์การลงทุนจะยังคงเป็นเรื่องการลงทุนในแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากเรากำลังอยู่ในช่วงการลงทุนรอบใหญ่ (CAPEX Cycle) ซึ่งค่าเฉลี่ยโดยปกติอยู่ที่ 10 ปีต่อรอบ ปัจจุบันเริ่มเข้าวงจรได้เพียง 3 ปี ดังนั้นจึงเชื่อว่าสิ่งที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Real Assets) อย่างเช่น โครงสร้างพื้นฐาน สินค้าโภคภัณฑ์ หรือเทรนด์ HALO (Heavy Asset, Low Obsolesce : สินทรัพย์หนักแต่ตกรุ่นช้า) จะยังมีบทบาทไปอีกระยะหนึ่ง